เผยเจี้ยนหัวมองรถสีดำคันนั้น แววตาเผยความประหลาดใจที่ยากจะปกปิด
รถหงฉีไม่ใช่ของหายาก ส่วนรุ่นแอลห้ารุ่นใหม่แม้จะพบเห็นไม่บ่อย แต่ถ้าเขาอยากได้จริง ๆ ก็พอจะหามาได้ ป้ายทะเบียนซีเอ็นหนึ่งเก้าสี่เก้าก็ไม่ใช่ของหายากเช่นกัน
แต่พอสามอย่างนี้มาอยู่ด้วยกัน ทุกอย่างก็แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง
รถคันนี้แค่จอดอยู่ตรงนั้น ไม่ต้องพูดอะไรสักคำ ตัวรถก็แผ่แรงกดดันที่มองไม่เห็นออกมา ทำให้คนรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก
“เชี่ย!”
เผยจิ่งเชาเป็นคุณชายรุ่นสองที่ชอบสะสมรถหรู ในโรงรถของเขามีรถหรูสารพัดแบบ อีกทั้งตัวเขาเองก็มีความรู้มากพอ
“หงฉีแอลห้าติดป้ายทะเบียนหนึ่งเก้าสี่เก้าเนี่ยนะ?! ถ้าขับคันนี้ลงสนามแข่ง ไอ้พวกเวรนั่นจะกล้าแซงเหรอ?”
เมื่อเทียบกับรถคันที่ออกมาให้เห็นเฉพาะช่วงวันชาติจีน ก็ขาดแค่ตราบนป้ายทะเบียนกับแถวไมโครโฟนด้านในเท่านั้น
เผยเจี้ยนหัวมองลานจอดรถที่ว่างเปล่า แล้วมองบ้านพักรับรองของเขตทหารตรงหน้า จู่ ๆ ความคิดแปลก ๆ ก็ผุดขึ้นมาในหัว
หรือว่าเจ้าหลี่เช่อคนนี้จะไปหากองหนุนมาจากไหนอีกแล้ว เพื่อช่วยเสริมบารมีให้เขา?
ระหว่างที่กำลังคิดอยู่ หลี่เช่อก็เดินออกมาจากโถงต้อนรับพร้อมรอยยิ้มกว้าง “คุณอาเผย คุณอาหรง เดินทางมาเหนื่อยไหมครับ”
“เหนื่อยอะไรกัน?” เผยเจี้ยนหัวยังไม่ทันได้พูด หรงเฟินเฟินก็ยิ้มแฉ่งเดินเข้าไปหา จับมือหลี่เช่อพลางมองเขาไปด้วย ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าลูกเขยคนนี้ดีจริง ๆ
“ก็อยู่ในตัวเมืองเหมือนกัน ไม่ได้ไกลเลย อายังต้องอาศัยบารมีเธอถึงได้มากินข้าวที่บ้านพักรับรองนี่ อาดีใจจนแทบรอไม่ไหวแล้ว”
เผยเจี้ยนหัวกับเผยจิ่งเฉาต่างเลิกคิ้วพร้อมกัน มุมและระดับการเลิกคิ้วของพ่อลูกคู่นี้เหมือนกันอย่างน่าทึ่ง สีหน้าประหลาดใจแบบเดียวกัน สมกับเป็นพ่อลูกกันจริง ๆ
