หลิวชุนเซิงวางสาย แล้วส่งรูปที่ตัวเองแคปไว้ไปให้ จากนั้นก็คว้ากุญแจรถที่วางอยู่ข้าง ๆ แล้วเดินออกไป
ตอนนี้เขากลับยิ่งสนใจเรื่องนี้เข้าไปใหญ่
คนที่เข้าไปในคลับของเขาได้ ยังไงก็ต้องไม่ใช่คนธรรมดา
แต่ฝั่งตรงข้ามเล่นใหญ่ขนาดนี้ก็น่าตกใจอยู่เหมือนกัน แซ่หลี่... อายุยี่สิบกว่า ๆ ไม่เคยได้ยินเลยว่ามีคนระดับนี้อยู่ในเมืองหลวง
แต่ไม่ว่ายังไง ตอนนี้อีกฝ่ายก็มาหาถึงที่ แถมยังเล็งสมบัติล้ำค่าที่เขาเพิ่งได้มา
บางทีเขาอาจไปทำอะไรให้ไม่พอใจก็ได้
ในเมื่อเรื่องเกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องจัดการให้เรียบร้อย จะหลบก็ไม่มีประโยชน์ แถมยังไร้ความหมาย
คนที่แบกรับปัญหาไม่ไหว ก็อยู่ในวงการนี้ต่อไม่ได้หรอก
เพราะงั้นสิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือรีบไปเจอหน้าหนุ่มคนนั้น คุยกันตรง ๆ ก่อน
รถไฟฟ้าคันเล็กที่ดูธรรมดาสุด ๆ ขับออกมาจากตรอก
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากขับรถหรู ในวิลล่าชานเมืองปักกิ่งยังจอดไว้อีกหลายคัน เพียงแต่สภาพการจราจรในตรอกนี้ทำให้รถคันใหญ่ขับลำบาก
แต่พอขับเจ้าคันเล็กนี่ไปเรื่อย ๆ ก็ต้องยอมรับว่ามันขับเพลินใช้ได้เลย
พอเวลาผ่านไป หลิวชุนเซิงก็ชินกับมัน
ไม่นานนัก โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
เขาเหลือบดูชื่อคนโทรเข้า แล้วหยิบหูฟังจากข้างตัวมาเสียบ ก่อนจะรับสาย
เสียงของเหล่ากาน เพื่อนสนิทของเขา ฟังดูจริงจังอยู่ปลายสาย
“ชุนเซิง แกอาจไปเตะโดนแผ่นเหล็กเข้าให้แล้ว!”
“หมายความว่าไง?”
