“ลุงเฉิน...”
หลี่เช่อเดินไปนั่งบนขั้นบันไดตรงมุมเงียบ ๆ ยกมือกุมหน้าผาก น้ำเสียงแฝงความเหนื่อยล้าที่บรรยายไม่ถูก
พอเฉินจั๋วได้ยินน้ำเสียงของเขา หัวใจก็หล่นวูบ ไม่ดีแล้ว หลี่เช่อคงโมโหจนแทบระเบิด!
ความโกรธครั้งนี้ไม่เหมือนตอนที่พ่อของหลี่เช่ออย่างหลี่เสวียโหย่วถูกทำร้าย
ตอนนั้นหลี่เช่อโกรธถึงขีดสุดเหมือนกัน แต่ความโกรธนั้นมีเป้าหมายและต้นตอชัดเจน นั่นก็คือพี่หลงที่ก่อเรื่อง
หลังพี่หลงได้รับโทษอย่างยุติธรรม ความโกรธของเขาก็ระบายออกไป ไม่ได้หมักหมมอยู่ในใจ
แต่ความโกรธครั้งนี้ต่างออกไป
ทำไมครั้งก่อนตอนหลี่เช่อได้ยินเรื่องเด็กผู้หญิงคนนั้นในวิลล่า เฉินจั๋วถึงรีบจัดการคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างเด็ดขาดและรวดเร็วที่สุด?
ก็เพราะความโกรธแบบนี้ไม่มีเป้าหมายชัดเจนนั่นเอง
มันไม่ได้เกิดจากความโกรธต่อคนหรือสิ่งของใดสิ่งหนึ่ง แต่เกิดจากปัญหาที่พบเห็นได้ทั่วไปในสังคม
นี่คือความโกรธของสาธารณชน เป็นความโกรธต่อกฎเกณฑ์ ต่อปรากฏการณ์ และต่อสิ่งที่จับต้องไม่ได้
“ความโกรธ” แบบนี้ทำให้คนเริ่มสงสัย สับสน จนอาจถึงขั้นครุ่นคิดถึงความหมายของชีวิตและโลก
พูดง่าย ๆ คือเรื่องแบบนี้ชวนให้คิดฟุ้งซ่านได้ง่าย
กลุ่มรับมือเคยประเมินสภาพจิตใจของหลี่เช่อ และได้ข้อสรุปพร้อมภาพรวมที่ชัดเจนมาก
เขาเป็นเด็กที่เติบโตมาโดยมีความรักจากพ่อแม่โอบล้อม บุคลิกภาพสมบูรณ์ และมีมุมมองต่อโลกที่เรียบง่ายบริสุทธิ์
