เปาเหวินต๋าถอนหายใจ
ช่างเถอะ ไหน ๆ ก็มาแล้ว...
ถึงจะโดนคนพูดจาเหน็บแนมใส่สักสองสามคำ ก็ถือเสียว่ามาเที่ยวกั๋วจิน ส่วนเงินที่จ่ายไปก็เป็นค่าตั๋วเข้าชม
แค่โดนด่าประชดประชันไม่กี่คำเองไม่ใช่หรือไง ไม่ใช่ว่าไม่เคยได้ยินเสียหน่อย โดนด่ามาตั้งหลายปี ยังไม่ชินอีกหรือ
เขาหัวเราะเยาะตัวเองเบา ๆ แล้วเดินไปทางห้องประชุม
ก่อนหน้านี้เขาแค่ยืนอยู่หน้าบริษัทได้ไม่นาน ก็มีคนพาไปยังห้องพักข้างเคาน์เตอร์ต้อนรับ จึงไม่ได้สังเกตอะไรให้ละเอียด แต่พอเดินไปทางห้องประชุม ดวงตาของเขาก็ค่อย ๆ เบิกกว้างขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
นี่...นี่คือพื้นที่ทำงานเหรอ?
บริษัทไหนกันใช้คอมพิวเตอร์ทำงานยี่ห้อ ROG ที่มีตราดวงตาแห่งความพินาศ? เก้าอี้ของบริษัทไหนเป็นรุ่นที่เขาเคยเห็นบนอินเทอร์เน็ต ราคาแปดพันกว่า แถมยังเป็นเก้าอี้เพื่อสุขภาพตามหลักสรีรศาสตร์อีก?
แล้วโต๊ะทำงานพวกนี้มันยังไงกัน? ทำไมแต่ละตัวถึงใหญ่เหมือนโต๊ะประธานบริษัท ต้องทำให้ใหญ่ขนาดนั้นเลยหรือไง?
ไม่ควรจัดเป็นคอกเล็ก ๆ แบบนั้นหรือ จะได้สะดวกให้ทุกคนหันไปกระซิบกระซาบกัน?
ความตื่นตะลึงคล้ายหลิวเหล่าหล่าวได้เข้าไปในสวนต้ากวนหยวนผุดขึ้นในใจเปาเหวินต๋า
แม้แต่ฝีเท้าของเขาก็ช้าลงโดยไม่รู้ตัว ในใจก่อเกิดจินตนาการบางอย่างที่ไม่ควรมีขึ้นมา
ถ้า...ถ้าฉันได้ทำงานในสถานที่แบบนี้ ต่อให้ต้องทำโอที ฉัน...ฉันก็ยอม!
เปาเหวินต๋าไม่กล้าเดินเร็ว สายตากวาดมองโต๊ะทำงานว่างเปล่าเหล่านั้นไปทั่ว
เขากลัวว่าถ้าเดินเร็วเกินไป จนยังดูของที่แม้แต่ในฝันก็ไม่กล้าฝันถึงเหล่านี้ไม่ครบ เขาก็จะไม่มีโอกาสได้เห็นอีกแล้ว
แต่ระยะทางจากตรงนี้ไปถึงห้องประชุมก็มีจำกัด ต่อให้เขาจะผ่อนฝีเท้าลงแล้ว สุดท้ายก็ยังเดินมาถึงหน้าประตูอยู่ดี
เปาเหวินต๋าสูดหายใจลึก ๆ รวบรวมจินตนาการเหล่านั้นให้เป็นก้อนเล็ก ๆ แล้วเก็บไว้อย่างระมัดระวังในมุมหนึ่ง เตรียมเอาออกมานึกถึงในวันข้างหน้าที่รู้สึกว่าชีวิตขมขื่น
