ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป เสียงภายในห้องก็เงียบลงชั่วขณะ
คนหลายคนที่กำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือดหันมามองคนตรงประตู แววตาฉงนสงสัยแปรเปลี่ยนเป็นยินดีทันที
ชายวัยกลางคนสวมแว่น อายุราวสี่สิบกว่า ๆ ลุกขึ้นเดินเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว แล้วยื่นมือไปจับมือเฉินจั๋ว
จากนั้นก็หันไปมองหลี่เช่อที่ยืนอยู่ข้างเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความยินดี ตื่นเต้น และปลาบปลื้ม
ชายวัยกลางคนสูดหายใจลึก ยื่นมือออกมา “สหายหลี่เช่อ สวัสดี
ผมเป็นหัวหน้าทีมเอของกลุ่มรับมือ และเป็นผู้รับผิดชอบกลุ่มรับมือด้วย เรียกผมว่าหัวหน้าทีมก็พอ”
“สวัสดีครับ!”
หลี่เช่อยื่นมือไปจับมืออีกฝ่าย แล้วมองสำรวจเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
หัวหน้าทีมสวมเสื้อกาวน์ทับเสื้อผ้าด้านในที่ดูเรียบง่ายมาก
บางทีอาจเพราะที่นี่ควบคุมอุณหภูมิไว้ที่ 26 องศาตลอดทั้งปี เขาจึงสวมเพียงเสื้อยืดสีเทาหม่นตัวหนึ่ง ที่คอเสื้อและนิ้วมือยังมีผงแป้งติดอยู่ พอจับมือแล้วก็รู้สึกลื่นนิด ๆ
“เชิญนั่งก่อน”
หลี่เช่อเดินตามเขาไปนั่งที่โต๊ะกลางห้อง
ห้องโถงนี้ไม่ได้เล็กนัก สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือจอขนาดใหญ่ซึ่งแขวนอยู่ฝั่งตรงข้ามประตู รอบ ๆ ยังมีไวท์บอร์ดตั้งอยู่ด้วย
บนไวท์บอร์ดมีภาพวาดอย่างง่ายแต่ดูสมจริง เป็นสิ่งที่คล้ายกับหุ่นรบ ข้าง ๆ ยังเขียนตัวหนังสือไว้เต็มไปหมด
ดูท่าผงที่ติดมือหัวหน้าทีมจะมาจากตรงนี้สินะ
เพิ่งนั่งลงข้างโต๊ะ นักวิจัยเสื้อกาวน์อีกสองคนที่ดูอายุน้อยกว่ามากก็เข้ามาหาอย่างกระตือรือร้น เป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง
นักวิจัยชายดูผอมบาง แต่ดวงตากลับเป็นประกายราวกับมีแสงส่องอยู่
