“การหยั่งรู้อนาคตอะไรนั่น ฟังดูไม่เป็นวิทยาศาสตร์เลยนะ?”
เฉินจั๋วยิ้ม “อะไรที่เรียกว่าไม่เป็นวิทยาศาสตร์? กลุ่มรับมือเขาคาดการณ์จากหลักวิทยาศาสตร์ทั้งนั้น รอเดี๋ยวนะ ฉันจดบันทึกไว้ด้วย”
เฉินจั๋วเปิดสมุดตรงหน้า แน่นอนว่าเขาไม่ได้เขียนเรื่องระบบทำนายอนาคต แต่เขียนแค่ความสามารถในการหยั่งรู้อนาคต เป็นเพียงโครงร่างคร่าว ๆ คล้ายกับสิ่งที่มักพบในนิยายวิทยาศาสตร์
“ฟังนะ ทางนั้นอธิบายว่า ตอนนี้เราอยู่ในโลกสามมิติ เลยมองเห็นมิติทั้งสามคือความกว้าง ความยาว และความสูง
ส่วนสิ่งมีชีวิตมิติสูงกับโลกที่เราสังเกตเห็นนั้นแตกต่างกัน ในสายตาของพวกเขา เวลาไม่ได้ดำเนินไปเป็นเส้นตรง แต่สามารถสังเกตได้ และปรากฏขึ้นพร้อมกันหรือดำเนินไปอย่างสับสน
แต่เรื่องนี้ชักจะไกลตัวไปหน่อย
สรุปคือ ไม่ได้จะให้นายไปจัดการเรื่องเฉพาะเจาะจง แค่อยากให้นายช่วยพิจารณาข้อมูลพวกนี้ เลือกบริษัทที่ถูกใจ หรือถ้ามีบริษัทไหนที่อยากให้เข้าร่วม ก็ให้พวกเขาเข้ามา”
ที่จริงแล้วเรื่องที่เฉินจั๋วพูดยังไม่ใช่ทั้งหมด
กลุ่มรับมือมีข้อสันนิษฐานอยู่หลายข้อ หนึ่งในนั้นคือระบบนี้อาจถูกส่งมาจากมนุษย์ในอนาคต แต่เสียหายระหว่างข้ามกาลเวลา จึงมีสภาพเหมือนบั๊ก
สาเหตุที่ส่งสิ่งนี้กลับมา ก็เป็นไปได้มากว่ามนุษย์ในอนาคตกำลังเผชิญหายนะหรืออุปสรรคที่แก้ไขไม่ได้ จึงต้องพยายามเปลี่ยนเส้นเวลาโดยใช้วิธีนี้
ตามสมมติฐานเรื่องจักรวาลคู่ขนาน เมื่อระบบนี้ฝ่าฝืนปฏิทรรศน์ด้านเวลาและมาถึงยุคปัจจุบันได้จริง
