โหรวกุ้ยผินเดินยิ้มเข้ามาในห้อง ข้างหลังตามด้วยนางกำนัลผู้ใกล้ชิด มือถือผ้าห่อของไว้ด้วย
“พี่โหรวมาละ” เสิ่นจืออี้ลุกขึ้นยืนรับ
เฉียนฉางไจ้รีบลุกขึ้นคำนับ “โหรวกุ้ยผินทรงพระเจริญ”
โหรวกุ้ยผินโบกมือ “ในห้องตัวเอง ไม่ต้องเกรงใจ”
นางพูดพลางถอดเสื้อคลุมขนสัตว์ตัวนอกออก เผยให้เห็นเสื้อคลุมถักดิ้นสีดอกบัว เกล้าผมเพียงกิ๊บประดับมุกทองคำ ดูสง่างามอ่อนโยน
นางผิงมือเหนืออ่างถ่านไฟอยู่ครู่หนึ่ง ขับไล่ความหนาวเหน็บจากกาย แล้วจึงเดินไปนั่งลงที่ข้างเตียง
“หนาวเหน็บเพียงนี้ น้องเฉียนลำบากแล้วที่อุตส่าห์มา” โหรวกุ้ยผินมองเฉียนฉางไจ้ น้ำเสียงอ่อนโยน
เฉียนฉางไจ้ยิ้มบาง “หม่อมฉันอยู่แต่ในห้องก็เปล่าเปลี่ยว อีกทั้งองค์หญิงเล็กก็น่ารักน่าเอ็นดู หม่อมฉันคิดถึงอยู่เป็นนิจ ไม่มาเยี่ยมชมก็รู้สึกใจหาย”
"ใครว่าไม่เป็นเช่นนั้นเล่า" โหรวกุ้ยผินก้มลงมองหมิงจู๋น้อยที่หลับใหลอยู่บนเตียง สายตาอ่อนโยนดั่งสายน้ำ "หมิงจู๋ของเราเป็นที่รักของคนทั้งหลาย ดูสิแก้มน้อย ๆ ขาวผ่องแดงเรื่อ ใครเล่าจะไม่รัก"
องค์หญิงเล็กขยับริมฝีปากน้อย ๆ ในความฝัน ราวกับตอบรับนาง
โหรวกุ้ยผินหัวเราะน้อย ๆ หันไปกวักมือเรียกนางกำนัล “มา ๆ นำของที่ข้านำมาให้หมิงจู๋”
นางกำนัลยื่นผ้าห่อของขึ้นมา โหรวกุ้ยผินรับไป หยิบของออกมาชิ้นหนึ่ง
เป็นเสือตุ๊กตาผ้า
เสือตุ๊กตาตัวนี้ประณีตยิ่งนัก ตัวเป็นผ้าแพรสีเหลือง ปักลวดลายแถบดำ ตาทำจากพลอยสีดำเป็นประกายวาววับ
