“คือว่า…อย่างว่า…”
“ฉัน…คุณ…”
เย่ฝานมีสีหน้ากังวล ตื่นเต้นจนพูดไม่คล่องปากเลย
โอ๊ยให้ตายเถอะ ปากนี่มัน…สมควรโดนตบจริง ๆ !!!
(ปาก: เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย ???)
“คุณซีน้อย ผมไม่ได้ตั้งใจนะ อย่าเข้าใจผิดล่ะ”
เย่ฝานรีบทำใจให้สงบ ปากเลยไม่ตะกุกตะกักแล้ว
หนิงซีจ้องอเย่ฝานอย่างไม่วางตา แก้มขึ้นสีระเรื่อนิด ๆ “เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ”
“ผมบอกว่าให้คุณอย่าเข้าใจผิด…”
“ประโยคก่อนหน้านั้น”
???
เย่ฝานเหมือนได้รับอภัยโทษ โล่งอกอย่างมาก ถามไปอย่างลองเชิงว่า “ไม่โกรธเหรอ”
“ไม่”
หนิงซีส่ายหน้าแผ่วเบา น้ำเสียงเจือความเขินอายจาง ๆ “ห้ามมีครั้งต่อไปนะ”
ท่าทีร้อนรนที่เย่ฝานแสดงออกมาก่อนหน้านี้ เธอมองเห็นอยู่ในสายตา ในใจพลันรู้สึกขำนิด ๆ อย่างประหลาด
เขากลัวว่าเธอจะโกรธขนาดนี้เลยเหรอ
แปลกจัง~~~
“ต่อไปจะระวังครับ”
เย่ฝานยิ้มแห้ง จากนั้นต่อจากที่ค้างไว้ “ผมเคยเห็นข้อสอบคณิตศาสตร์ที่คุณทำ แล้วสังเกตเห็นปัญหาอยู่ข้อหนึ่ง”
“ปัญหาอะไร”
“คนทั่วไปมักจะพื้นฐานดี แต่ถูกจำกัดเรื่องแนวการคิดแก้โจทย์ ทำให้ความรู้ที่เรียนมาเอาไปใช้ไม่คล่อง แต่คุณน่ะไม่เหมือน”
“ต่างยังไง”
รับรู้ถึงแววตาสงสัยของหนิงซี เย่ฝานอธิบายว่า “ปัญหาของคุณตรงกันข้ามเลยครับ คุณมีหัวคิดในการแก้โจทย์ที่ยืดหยุ่น โลดแล่นไร้ขอบเขต แต่พื้นฐานไม่แน่นพอ โจทย์หลายข้อพลาดเพราะความผิดพลาดทางสามัญสำนึกเบื้องต้น”
“คณิตศาสตร์น่ะ พลาดขั้นเดียวก็ผิดไปหมด ก้าวพลาดนิดเดียวก็พังยับทั้งกระดาน”
“เพราะงั้น คุณต้องเร่งอุดพื้นฐานสูตรคณิตศาสตร์ให้แน่นครับ”
เขาหยิบหนังสือ “การวิเคราะห์สูตรพื้นฐานคณิตศาสตร์ระดับมัธยมปลาย” ในมือหนิงซีขึ้นมา พลิกอย่างรวดเร็ว หยุดบ้างเป็นระยะ แล้วพับมุมหน้ากระดาษของหน้านั้นไว้
