เมื่อเห็นหนิงซีไม่ยอมสนใจตนเอง เย่ฝานก็ยิ้มน้อย ๆ ที่หางตา เอ่ยถามว่า “คุณซีน้อย อีกเดี๋ยวก็จะประกาศผลสอบแล้ว ตื่นเต้นไหม”
“นิดหน่อย”
หนิงซีตอบกลับมาเพียงสองคำ
สำหรับเย่ฝานแล้ว เธอกลับไม่มีอารมณ์ขุ่นเคืองใด ๆ เลย เพราะคนคนนี้เหมือนจะยิ้มอยู่ตลอดเวลา แถมยังยิ้มได้…
ยังไงก็…ไม่หล่อเลย!
อืม ไม่หล่อเลย ไม่หล่อเลย!!!
“จริง ๆ แล้ว คุณไม่จำเป็นต้องตื่นเต้นเลย”
สำหรับคำตอบของหนิงซี เย่ฝานคาดการณ์ไว้ก่อนแล้ว กล่าวว่า “ไม่ว่าครั้งนี้จะได้รับโควต้าหรือไม่ ก็ไม่ได้สำคัญขนาดนั้น”
“ทำไมล่ะ” ดวงตาคู่สวยของหนิงซีกระพริบเล็กน้อย
“ฉันขอถามอะไรคุณอย่างหนึ่งก่อน”
“ถามมาเถอะ”
“ต่อให้คุณได้โควต้าไปเข้าร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์ คุณจะรับประกันได้ไหมว่าตัวเองจะได้สามอันดับแรก”
“ฉัน…”
เมื่อสบเข้ากับสายตาของอเย่ฝาน หนิงซีก็ส่ายศีรษะน้อย ๆ กล่าวว่า “ไม่มีความมั่นใจ”
เหล่านักเรียนที่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์ได้ ล้วนเป็นอัจฉริยะทั้งสิ้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงครั้งนี้ที่เป็นการแข่งขันของนักเรียนมัธยมทั่วประเทศเลย ทรงเกียรติอย่างยิ่ง
การแข่งขันนี้ แทบจะดึงดูดอัจฉริยะคณิตศาสตร์จากทั่วประเทศให้มาเข้าร่วม
สถานการณ์เช่นนี้ ต่อให้เธอได้รับโควต้าเข้าแข่งขัน ก็ไม่มีความมั่นใจแม้แต่น้อยว่าจะได้สามอันดับแรก หนำซ้ำ เธอยังรู้สึกว่าการไม่รั้งอันดับท้าย ๆ ก็นับว่าดีมากแล้ว
เย่ฝานมีรอยยิ้มในดวงตา กล่าวว่า “นั่นก็แค่ได้ไม่ใช่เหรอ มีอะไรต้องกังวลด้วย”
“ถ้าได้โควต้าก็ไปเปิดหูเปิดตา ถ้าไม่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ยังไงสุดท้ายทุกคนก็ต้องเข้าสอบเอนทรานซ์อยู่ดี”
“ส่วนการสอบตรงงั้นเหรอ ไม่จำเป็น!”
น้ำเสียงเรียบเฉยนั้น เปี่ยมล้นด้วยความมั่นใจ แถมยังเจือด้วยความเกรียงไกรเล็ก ๆ
“หืม”
ในดวงตาของหนิงซีเต็มไปด้วยความสงสัย
ที่ว่าสุดท้ายทุกคนก็ต้องเข้าสอบเอนทรานซ์หมายความว่าอย่างไร
ถ้ามีการสอบตรงได้ ใครจะไปสอบเอนทรานซ์กันล่ะ!
เย่ฝานค่อนข้างมีความอดทน เอ่ยอธิบายว่า “ปีนี้มีการปฏิรูปการสอบเอนทรานซ์ จัดตั้งทำเนียบอัจฉริยะขึ้นมา เกียรติยศอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ คุณคิดว่าเหล่าหัวกะทิพวกนั้นจะยอมละทิ้งหรือ”
