หลังจากรถยนต์หายลับไปสุดปลายถนน อวี่ฝานก็หมุนตัวเดินเข้าหมู่บ้าน
เพิ่งถึงบ้าน มือถือของเขาก็ดังขึ้น
เห็นชื่อสายเรียกเข้าบนหน้าจอมือถือ อวี่ฝานก็กดรับสายทันที "แม่ ทำไมจู่ ๆ ถึงคิดโทรหาลูกได้ล่ะครับ"
"หึ!"
เสียงของเย่เสียนดังมาจากในสาย "ถ้าแม่ไม่โทรไป นายก็ไม่มีวันโทรมาหาเองใช่ไหม แม่ดูออกแล้วว่าไอ้หนูนายหนีไปนครหลวงนี่ก็เพื่อหลบแม่ใช่ไหม"
"ตอนนี้พ้นสายตาแม่ไปแล้ว ก็แทบจะไม่ติดต่อกลับมาแปดร้อยปีเลย เสี่ยวฝาน แม่ทำอะไรไม่ดีกับนายเหรอ ทำไมไม่ยอมโทรกลับบ้านสักหน่อย"
"…"
เจอคำตำหนิที่พรวดพราดใส่หน้าราวกับฝนตกไม่ลืมหูลืมตา อวี่ฝานก็ได้แต่ฝืนยิ้มขมขื่น
เขาได้แต่ปริปากอธิบายว่า "แม่ ไม่ใช่อย่างที่แม่คิดนะครับ ผมแค่…ช่วงนี้เครียดเรื่องเรียนนิดหน่อย ทุกวันนอกจากเรียนแล้ว ยังต้อง…แหะ ๆ ยังต้องช่วยเพื่อนติวหนังสืออีก เลยยุ่งจนลืมไปจริง ๆ ครับ"
"ด้วยผลการเรียนของนายน่ะนะ จะไปช่วยเพื่อนติวหนังสือ?"
เย่เสียนเหมือนเพิ่งได้ฟังเรื่องตลกที่ขำที่สุดในโลก ลูกชายตัวเองเรียนได้แค่ไหน เธอรู้ดีแก่ใจ
ตอนนั้นที่หลัวซ่านกลับมาที่หลินไห่แล้วบอกเธอว่าเรื่องย้ายโรงเรียนตกลงแล้ว เธอยังรู้สึกแปลกใจเลย เจิ้นหัวเป็นโรงเรียนมัธยมปลายอันดับหนึ่งของประเทศแท้ ๆ แต่ลูกชายของเธอในโรงเรียนธรรมดายังรั้งท้ายเลยด้วยซ้ำ
ทำไมเจิ้นหัวถึงยอมรับนักเรียนห่วย ๆ แบบนี้เข้าเรียนล่ะ
คิดไปคิดมา เย่เสียนได้แต่โยนว่าเป็นเพราะเส้นสายของหลัวซ่านนั้นกว้างขวางเกินไป
ตอนนี้ได้ยินลูกชายบอกว่ายังช่วยเพื่อนติวหนังสืออีก ชั่วขณะนั้นก็พาให้เธอทั้งขำทั้งโมโห
นักเรียนที่สอบติดโรงเรียนมัธยมปลายระดับท็อปได้ ไม่มีใครธรรมดาเลยสักคน ลูกชายตัวเองไปเรียนที่เจิ้นหัวน่ะ ก็เหมือนเด็กห่วย ๆ หลงเข้าไปในโลกของพวกเด็กเทพ
