กลับถึงบ้าน ฉู่เซี่ยเปลี่ยนเป็นชุดนอนแล้วโทรวิดีโอหาฉู่ชิว พอเขารับสาย ภาพจากฝั่งฉู่ชิวก็ปรากฏขึ้น ฉากหลังดูเหมือนจะเป็นบ้านเช่านอกมหาวิทยาลัยของเขา
เธอถามถึงชีวิตหลังกลับไปเรียนก่อน พอได้คำตอบว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี ก็เริ่มเล่าเรื่องสุดพิลึกที่เจอวันนี้ให้ฟัง
แต่เพื่อไม่ให้โดนบ่น ฉู่เซี่ยเลยเปลี่ยนเรื่องจากลืมกินข้าวจนระดับน้ำตาลในเลือดต่ำแล้วเป็นลม ให้กลายเป็นสะดุดขาตัวเองล้มแทน
ถึงจะโดนน้องชายหัวเราะเยาะเพิ่มขึ้น 1 ครั้ง แถมมีเรื่องน่าอายติดตัวเพิ่มอีก 1 เรื่อง แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องฟังเขาบ่นจนหูชา
จากนั้นฉู่ชิวก็บ่นให้ฉู่เซี่ยฟังว่า มีเพื่อนร่วมชั้นหลายคนอาศัยเส้นสายทางบ้านเข้าไปฝึกงานในกองถ่ายกันแล้ว บางคนยังได้บทละครดี ๆ แล้ววิ่งหาทุนไปทั่วมหาวิทยาลัยอีกด้วย
เขาเองก็ลองไปผูกมิตรกับคนทางภาควิชาภาษาจีนและภาควิชากำกับการแสดงแล้ว แต่น่าเสียดาย บทที่พอจะเอาออกมาอวดได้ล้วนถูกจองไปหมด สุดท้ายก็ได้แต่พึ่งพาพี่สาวให้ช่วยเหลือ!
ฉู่เซี่ยตบอกตัวเองดังป้าบ ๆ แล้วรับปากว่า
“ไม่ต้องห่วงนะน้องชาย สองเดือนกว่าที่พี่อยู่บริษัทไม่ได้เสียเปล่า พี่รู้จักคนทางฝ่ายภาพยนตร์กับโทรทัศน์แล้ว ถึงตอนนั้นไม่ว่านายอยากเข้ากองถ่ายไหน พี่ก็หาทางส่งนายเข้าไปฝึกงานได้
พี่มีเพื่อนคนหนึ่งเป็นนักเขียนเก่งมาก ถ้านายอยากได้บทละคร พี่จะลองไปถามเขาให้”
ฉู่ชิวดีใจมากที่ได้ยินว่าจะเข้าไปฝึกงานในกองถ่ายของชิงเหอได้ และไม่ได้สงสัยเลยว่าพี่สาวทำได้ยังไง
เพราะไม่ว่าเจอเรื่องอะไร พี่สาวก็มักจะเล่าให้เขาฟังอยู่เสมอ ถึงบางครั้งจะปรับเปลี่ยนรายละเอียดไปบ้าง แต่โครงเรื่องหลักเป็นความจริงแน่นอน
