ฉู่ชิวพาเธอเดินเที่ยวต่อ พอผ่านห้องฉายมาตรฐาน ก็เจอกับรอบฉายเพื่อการเรียนการสอนช่วงเช้าพอดี หน้าประตูติดโปสเตอร์หนังคลาสสิกเอาไว้
“ปกติพวกเรามาดูหนังกันที่นี่ บางทีก็ฉายผลงานของนักศึกษาด้วย”
ฉู่ชิวชี้ไปยังโปสเตอร์หน้าห้องฉาย “สัปดาห์หน้ามีคลาสพิเศษกับผู้กำกับชื่อดัง เสียดายที่เธอมาไม่ทัน”
“ไม่เป็นไร เดินเที่ยวเล่นแบบนี้ก็ดีแล้ว”
ฉู่เซี่ยเงยหน้ามองภาพถ่ายศิษย์เก่าหลายรุ่นบนผนังอาคารเรียน ในใจก็อดทอดถอนใจไม่ได้
“เรียนกำกับหนังนี่เท่ดีนะ เอาเรื่องราวในหัวมาถ่ายทำออกมาได้ด้วย”
พอถึงเที่ยง ฉู่ชิวก็พาเธอไปกินอาหารรสเลิศที่ชั้นสามของโรงอาหารมหาวิทยาลัย
โรงอาหารมหาวิทยาลัยในเมืองหลวงขึ้นชื่อเรื่องราคาย่อมเยา ฉู่ชิวสั่งหมูผัดซอสปักกิ่ง หมูสันในเปรี้ยวหวาน และบะหมี่ซอสถั่วเหลืองสองชาม พออาหารมาเสิร์ฟ ปริมาณก็เยอะจนน่าตกใจ
“บะหมี่ซอสถั่วเหลืองของโรงอาหารเราขึ้นชื่อมาก ลองชิมดูสิ” ฉู่ชิวเลื่อนชามไปตรงหน้าเธอ “แค่เค็มนิดหน่อย กินกับผักก็แล้วกัน”
เส้นเหนียวนุ่ม ซอสถั่วเหลืองเค็มหอม กินคลุกกับแตงกวาซอยและแครอทซอยแล้วอร่อยสุด ๆ!
ฉู่เซี่ยซู้ดบะหมี่ดังซู้ด ๆ กินไปบ่นไป “โรงอาหารพวกนายให้เยอะเกินไปแล้ว ชามนี้เอาไปแบ่งขายที่นครปีศาจได้ตั้งสองชาม”
ฉู่ชิวหัวเราะเมื่อได้ยิน “ก็จริงนะ ตั้งแต่ฉันมาเรียนที่เมืองหลวง ปริมาณอาหารที่กินก็เพิ่มขึ้น แถมปีที่แล้วส่วนสูงยังเพิ่มขึ้นอีก 2 เซนติเมตรด้วย!”
พอได้ยินเขาพูดถึงส่วนสูง ฉู่เซี่ยก็แทบกลอกตาใส่ ก่อนจะคีบหมูผัดซอสปักกิ่งกินอีกคำใหญ่ แล้วคิดในใจว่า
ไม่ใช่ว่ากันว่าพออายุ 23 แล้วยังสูงขึ้นได้อีกนิดหรอกหรือ ถ้าเธอกินให้มากขึ้น จะสูงขึ้นอีกสักรอบได้ไหมนะ
เห็นสีหน้าฉู่เซี่ยเปลี่ยนไป ฉู่ชิวก็รีบเอาใจ
“บ่ายนี้ฉันพาไปดูสตูดิโอเล็ก ๆ ของภาคเรานะ พอดีกลุ่มฉันกำลังถ่ายหนังสั้นส่งอาจารย์ เธอช่วยแนะนำได้ด้วย”
