“เอ้อร์หยา ระหว่างทางกลับมาเมื่อกี้ รู้สึกไหมว่ามีอะไรแปลก ๆ กำลังจ้องพวกเราอยู่?”
หลังเข้าหมู่บ้าน ฉินหล่างก็อดถามไม่ได้
ความรู้สึกเหมือนถูกจับจ้องนั้นชวนขนลุกเหลือเกิน
ถ้าเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว ฉินหล่างคงคิดว่าเป็นเพราะเขาประสาทตึงเครียดไปเอง
แต่ตลอดทางกลับเกิดขึ้นตั้งหลายครั้ง มีโอกาสสูงว่าจะไม่ใช่ภาพหลอน
“ไม่เห็นมีเลยค่ะ”
เอ้อร์หยาพูดพลางผลักประตูรั้วบ้านตัวเอง แล้วเดินไปทางกองฟืน
“หรือจะเป็นภาพหลอนของเราจริง ๆ?”
ฉินหล่างยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ แต่ไม่มีหลักฐานก็พูดอะไรไม่ได้ จึงได้แต่เอาฟืนไปวางให้เรียบร้อยก่อน
ตอนนั้นเอง แม่ม่ายหวังก็เดินออกมา
ฉินหล่างจึงเป็นฝ่ายถามว่า “พี่สาว ฟืนพวกนี้พอไหมครับ?”
“พอแล้ว ๆ น้องชาย ตามฉันมาสิ”
แม่ม่ายหวังพาฉินหล่างเข้าไปในบ้านดินหลังที่อยู่ขวาสุด
แม้บ้านจะเก่า แต่ก็เก็บกวาดค่อนข้างสะอาด
มีเตียงไม้เรียบง่ายให้ใช้นอนด้วย
“ในบ้านฉันมีแค่ห้องนี้ที่ยังพออยู่ได้ คงต้องรบกวนน้องให้นอนค้างสักคืนแล้วล่ะ”
แม่ม่ายหวังดูออกว่าชายหนุ่มผิวขาวตรงหน้ามาจากตระกูลใหญ่ชัด ๆ
มือก็ไม่มีแม้แต่รอยด้าน ไม่แน่ว่าเขาอาจจะรังเกียจที่นี่
“ไม่เป็นไรครับ แค่นอนได้ก็พอ ผมไม่เรื่องมากหรอก”
ฉินหล่างพูดยิ้ม ๆ
“อืม งั้นน้องชายพักผ่อนก่อนนะ”
แม่ม่ายหวังพยักหน้า ก่อนจะเดินจากไป แต่แล้วก็หันกลับมากำชับว่า “จริงสิ กระโถนอยู่หลังประตู พอพระอาทิตย์ตกแล้วห้ามเปิดประตูเด็ดขาด แล้วก็อย่าออกไปข้างนอกคนเดียว ตอนกลางคืนในหมู่บ้าน...ค่อนข้างอันตราย”
“ครับ ผมจำไว้แล้ว”
ฉินหล่างรับคำ
แม่ม่ายหวังถึงได้จากไปพร้อมปิดประตูให้ด้วย
ฉินหล่างเอนตัวลงบนเตียงไม้ มองเพดานแล้วจึงจมอยู่กับความคิด
ตอนกลางคืนในหมู่บ้านอันตรายงั้นหรือ?
อันตรายแบบไหนกัน?
หรือจะมีสัตว์ป่าเข้ามาในหมู่บ้านจริง ๆ?
แต่ไม่มีกองลาดตระเวนอยู่หรอกหรือ?
ฉินหล่างรู้สึกถึงอันตราย แต่ขณะเดียวกันก็อยากรู้ว่าตอนกลางคืนจะเกิดอะไรขึ้น
“ไม่ว่าคืนนี้จะต้องแอบดูหรือเปล่า ตอนนี้ก็ต้องออกจากเกมไปหาอะไรกินก่อน”
ฉินหล่างคิดพลางลุกขึ้นเปิดประตู แล้วพูดกับเอ้อร์หยาที่กำลังจัดฟืนอยู่ “เอ้อร์หยา ฝากบอกแม่เธอด้วยนะว่าตอนนี้ฉันจะพักแล้ว ถ้าไม่มีธุระก็ไม่ต้องมาเรียก”
“พี่ชายไม่กินข้าวเหรอคะ?”
เอ้อร์หยาถามอย่างสงสัย
“ไม่กินแล้ว ฉันไม่หิว”
“อ๋อ ได้ค่ะ”
เอ้อร์หยาพยักหน้ารับ
ฉินหล่างจึงเดินกลับเข้าห้อง แล้วลงกลอนประตูจากด้านใน ก่อนจะกลับไปนั่งบนเตียงและเปิดหน้าต่างสถานะ
เขาไม่แน่ใจว่าพอออกจากเกมแล้ว เวลาของโลกนี้จะหยุดเดินหรือไม่ จึงต้องกำชับไว้ให้เรียบร้อย
จะได้ไม่ทำให้เอ้อร์หยากับแม่ม่ายหวังคิดว่าเขาเป็นอะไรไป
【ผู้เล่น: ฉินหล่าง】
【ตัวตน\อาชีพ: โจรเด็ดบุปผา】
【เลเวล: 0 (1/100)】
【พรสวรรค์: ก้าวหน้าไร้ขีดจำกัด (หนึ่งเดียว)】
【วิชา: เหินหญ้า (ขั้นเริ่มต้น)】
【ค่าความอิ่ม: 13/100】
【แต้มค่าสถานะอิสระ: 0】
【พละกำลัง: 4】
【ความคล่องแคล่ว: 6】
【พลังจิต: 16】
【พลังกาย: 6】
【พลังชีวิต: 10】
【ออกจากเกม (ออกได้)】
“ได้ค่าประสบการณ์มา 1 แต้มแล้ว...แต่ต้องใช้ 100 แต้มถึงจะเลเวลอัปได้ หมายความว่าภารกิจเก็บฟืนแบบนี้ต้องทำถึง 100 ครั้งถึงจะพอ”
ฉินหล่างรู้สึกหนังศีรษะชา
ค่าประสบการณ์น้อยเกินไปแล้ว!
ถึงจะต้องค่อย ๆ อัป ค่อย ๆ เพิ่มระดับ แต่ก็ไม่ควรช้าขนาดนี้สิ
“ไม่รู้ว่าฆ่าสัตว์ป่าจะได้ค่าประสบการณ์หรือเปล่า?”
ฉินหล่างครุ่นคิด
ตามระบบของเกมออนไลน์ที่เขาเคยเล่น การฆ่าสัตว์ป่าน่าจะได้ค่าประสบการณ์ แถมยังมีโอกาสดรอปอุปกรณ์ด้วย
แต่ด้วยความสามารถตอนนี้ เขาคงล่าสัตว์ป่าตัวเดียวไม่ได้แน่
ยังไงก็ต้องไปฝากตัวเรียนวิชาการต่อสู้ให้ได้!
พอมีวิชาต่อสู้แล้ว ก็มีทางเลือกเพิ่มขึ้นอีกเยอะ
“ถ้าไม่ได้จริง ๆ ก็คงต้องไปทำภารกิจตัวตนโจรเด็ดบุปผา ขอแค่ทำสำเร็จ ฉันก็เลเวลอัปได้ทันที”
ฉินหล่างถอนหายใจ
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากค่อยเป็นค่อยไป แต่ค่าประสบการณ์จากภารกิจทั่วไปกับภารกิจตัวตนต่างกันมากเกินไป
ภารกิจของแม่ม่ายหวัง 100 ครั้ง ยังให้ค่าประสบการณ์เท่าภารกิจตัวตนแค่ครั้งเดียว
“ช่างเถอะ ออกจากเกมก่อนดีกว่า!”
ฉินหล่างกดปุ่มออกจากเกม
แสงสีขาวสว่างวาบตรงหน้า ฉินหล่างหลับตาลงโดยสัญชาตญาณ รู้สึกว่าร่างกายหมุนคว้างจนเวียนหัว
เมื่อสติกลับคืนมาอีกครั้ง เขาก็กลับมานั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์แล้ว
คอมพิวเตอร์ยังเปิดอยู่
หน้าจอค้างอยู่ที่หน้า【พ่ายแพ้】ของเกมลีก
“ข้อความแจ้งเตือนของเกมมรณะหายไปหมดแล้ว? ถ้าอยากเข้าเกมอีก ต้องทำยังไง?”
ฉินหล่างปิดเกมลีก แล้วค้นหาทั่วหน้าเดสก์ท็อป แต่ก็ไม่เจอทางเข้าเกมมรณะ
ถ้าไม่ใช่เพราะรอยถลอกบนตัวเขายังอยู่ ฉินหล่างคงคิดไปแล้วว่าเมื่อกี้แค่ฝันไป
“จำได้ว่าก่อนหน้านี้ตอนเข้าเกมมรณะ น่าจะเป็นช่วงเที่ยงวันกว่า ๆ แต่ตอนนี้กลับหกโมงกว่าแล้ว”
ฉินหล่างเลิกคิ้วพลางพูดว่า “ในเกมฉันน่าจะอยู่แค่หกชั่วโมงกว่า ๆ หมายความว่าเวลาในเกมกับโลกจริงเดินพร้อมกัน ต่างกันมากที่สุดก็แค่ไม่กี่นาที...”
แบบนี้ยังเรียกว่าเกมได้อยู่อีกเหรอ?
หลังเงียบไปครู่หนึ่ง ฉินหล่างก็พึมพำว่า “ว่าแต่ตอนนี้ฉันจะเข้าเกมยังไง? หน้าต่างสถานะ?”
พอเขาเรียกหน้าต่างสถานะ หน้าต่างในเกมก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าจริง ๆ
ค่าสถานะทุกอย่างเหมือนเดิมหมด มีเพียงตัวเลือกสุดท้ายที่เปลี่ยนจากออกจากเกมเป็นเข้าเกม
【เข้าเกม (เข้าเกมได้ในอีก 5 ชั่วโมง)】
“เข้าเกมยังมีคูลดาวน์ด้วยเหรอ?”
ฉินหล่างขมวดคิ้ว
ข้อจำกัดนี้ยุ่งยากอยู่เหมือนกัน
เขายังคิดว่าจะเพิ่มค่าความอิ่มให้เต็ม แล้วค่อยเข้าเกมไปดูว่าตอนกลางคืนในหมู่บ้านจะเกิดอะไรขึ้นเสียอีก
“มาถึงขั้นนี้แล้ว ลงไปหาอะไรกินก่อนดีกว่า”
ฉินหล่างหยิบโทรศัพท์มือถือบนพื้นขึ้นมาตรวจดู เห็นว่ายังใช้งานได้ แล้วเดินเข้าไปล้างหน้าแปรงฟันในห้องน้ำ
ล้างฝุ่นบนหน้าและดินที่มือออกจนสะอาดเรียบร้อยแล้ว เขาก็ออกจากบ้าน
เมื่อมาถึงร้านก๋วยเตี๋ยวข้าวเจ้าประจำชั้นล่าง ฉินหล่างสั่งชุดอาหารที่คุ้นเคย แล้วไถดูติ๊กต็อกไปกินไป
“ความกล้าของนายมันบวมตุ่ยเลยนะ...”
“วัวมาแล้ว!”
“ซุนเกอเรียกแม่...”
ฉินหล่างปัดผ่านคลิปเล่นมุกซ้ำ ๆ ไปหลายคลิปอย่างลวก ๆ คลิปถัดมาก็ดึงดูดความสนใจของเขาทันที
“เชี่ย! พวกนายเคยเล่นเกมทะลุมิติที่สมจริงสุด ๆ ไหม? ตายในเกมแล้วโลกจริงก็ตายตามน่ะ!”
“เมื่อเช้านี้เอง จู่ ๆ ก็มีเกมทะลุมิติชื่อเกมมรณะโผล่ขึ้นมาบนคอมพิวเตอร์ของผม! ไม่ได้ล้อเล่นนะ มันพาทะลุมิติไปยุคโบราณได้จริง ๆ เป็นเกมโลกเปิดเต็มรูปแบบ แถมยังสุ่มตัวตนกับเรียนวิชาการต่อสู้ได้ด้วย! ผมสุ่มได้ตัวตนโจร แล้วก็ได้รับภารกิจตัวตนแรกมาแล้ว!”
“พี่น้องทั้งหลาย ฝากติดตามบัญชีของผม ‘จุยเฟิงเสี่ยวเย่’ ด้วยนะครับ คลิปหน้าผมจะพาทุกคนไปดูวิธีเล่นตัวตนโจรแบบสมจริงสุด ๆ!”
คนถ่ายคลิปเป็นชายหนุ่มคนหนึ่ง ดูตื่นเต้นมาก พูดจ้อไม่หยุดอยู่ตั้งนาน
“มีผู้เล่นช่วงทดสอบใช้วิธีนี้เรียกยอดเข้าชมด้วยเหรอ? แต่จุยเฟิงเสี่ยวเย่? ไอดีนี้คุ้น ๆ...เหมือนเคยเห็นในเว็บบอร์ดเกมไหนสักแห่ง”
ฉินหล่างประหลาดใจ ก่อนจะกดรูปโปรไฟล์ของจุยเฟิงเสี่ยวเย่ทันที อยากดูว่าอีกฝ่ายลงคลิปใหม่หรือยัง
แต่กดติดกันหลายครั้ง กลับขึ้นว่าเกิดข้อผิดพลาดกับบัญชี เข้าไปดูหน้าโปรไฟล์ไม่ได้เลย
ยิ่งไปกว่านั้น ฉินหล่างยังพบว่าคลิปนั้นถูกปัดออกไปโดยอัตโนมัติด้วย
แม้แต่ในประวัติการดูก็หาไม่เจอ
“โดนทางการลบแล้วบล็อกไว้เหรอ? ทำงานเร็วชะมัด...”
ฉินหล่างขมวดคิ้ว
นั่นหมายความว่าทางการรู้เรื่องการมีอยู่ของเกมมรณะมานานแล้ว
แค่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดถึงพยายามปกปิดข้อมูลไว้
