ฉินหล่างเพิ่งเดินเข้าหมู่บ้าน ก็เรียกสายตาจากผู้คนมากมายได้ทันที
ชาวบ้านที่เดินผ่านต่างมองเขาซ้ำสอง บางคนถึงกับหยุดยืนมอง
แม้แต่คนในบ้านก็ยังเกาะหน้าต่างแอบมอง
“ฉันเด่นขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ฉินหล่างยกมือคลำใบหน้าตัวเองโดยไม่รู้ตัว
หน้าตาของเขาจัดว่าค่อนข้างดูดี แต่ก็ไม่ได้หล่อถึงขั้นฟ้าประทาน ไม่ถึงกับเป็นที่ชื่นชอบของคนทุกเพศทุกวัยหรอกมั้ง?
การเป็นจุดสนใจขนาดนี้เห็นได้ชัดว่าไม่เหมาะกับฐานะโจรเด็ดบุปผาของเขาเลย
เขาต้องการให้ตัวเองกลมกลืนไปกับฝูงชนจนไม่มีใครจำได้ แบบนั้นถึงจะสะดวกต่อการทำภารกิจ...
ฉินหล่างทนสายตาที่จับจ้องไม่ไหวแล้ว พอเดินผ่านชายผิวคล้ำคนหนึ่งที่สะพายธนูไว้ด้านหลัง เขาก็เข้าไปขวางอีกฝ่ายแล้วถามอย่างสุภาพว่า “พี่ชาย สวัสดีครับ ขอถามหน่อยว่าคุณชื่ออะไร ที่นี่คือที่ไหน?”
“ข้าชื่อจางต้าซาน ที่นี่คือหมู่บ้านตระกูลจาง เจ้ามาจากข้างนอกหรือ?”
ชายร่างกำยำจ้องฉินหล่างอย่างสงสัยเช่นกัน
“ใช่ครับ ผมหนีภัยแล้งมา”
ฉินหล่างรีบแต่งเรื่องขึ้นมาทันที
เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งที่เขาสวมอยู่ดูเหมาะกับภาพผู้ลี้ภัยไม่น้อย
“อย่ามาหลอกข้า ข้าไม่ใช่คนโง่นะ ดูหน้าตาเอ็งก็รู้แล้วว่าไม่ใช่ชาวบ้านที่หนีภัยแล้ง”
ชายคนนั้นชี้ไปที่ใบหน้าขาวเนียนของฉินหล่าง แล้วถามด้วยความสงสัยต่อว่า “เอ็งเป็นพ่อค้าจากตัวเมืองหรือ? มารับซื้อของป่าหรือสมุนไพรจากหมู่บ้านข้าหรือเปล่า?”
“ฮ่า ๆ โดนจับได้ซะแล้ว ใช่ครับ ที่จริงผมมาจากตัวเมือง”
ฉินหล่างหัวเราะแห้ง ๆ แล้วรีบรับคำตามน้ำ
ชาวเขาช่างซื่อสัตย์จริง ๆ!
แต่ฉินหล่างไม่คิดเลยว่าผิวพรรณจะเป็นสิ่งที่เปิดโปงตัวตนของเขา
จริงด้วย เขาเก็บตัวอยู่บ้านมานาน ไม่ค่อยโดนแดด ผิวเลยขาวเนียน ต่างจากผิวสีคล้ำของชาวบ้านที่ตรากตรำทำงานกันมานานอย่างสิ้นเชิง
ถึงเสื้อผ้าที่ใส่จะดูซอมซ่อ แต่ก็ปลอมเป็นผู้ลี้ภัยไม่ได้อยู่ดี
“เยี่ยมเลย! ตั้งแต่มีโจรออกอาละวาดแถวสะพานแม่น้ำใหญ่ พ่อค้าจากตัวเมืองก็ไม่มารับซื้อสมุนไพรกับหนังสัตว์นานแล้ว ข้าจะพาเจ้าไปบ้านผู้ใหญ่บ้านเดี๋ยวนี้!”
จางต้าซานพูดอย่างตื่นเต้น พลางคว้าแขนฉินหล่างแล้วลากเขาเข้าไปในหมู่บ้าน
ฉินหล่างรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นว่าว ถูกชายคนนั้นลากไปโดยไม่อาจขัดขืนได้เลย
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากขัดขืน แต่จางต้าซานมีแรงมหาศาลจนน่ากลัว!
“รู้สึกว่าค่าสถานะพละกำลัง 4 ของฉัน พออยู่ในมือเจ้าชาวบ้านนี่กลับยังสู้เด็กไม่ได้เลย...”
ฉินหล่างตกตะลึงอยู่ในใจ
ถึงร่างกายเขาจะไม่แข็งแรง แต่ก็ไม่น่าจะแย่ขนาดนี้
มีคำอธิบายเดียวที่เป็นไปได้ ชายคนนี้คงเป็นผู้ฝึกยุทธ์!
โลกในเกมนี้มีแม้กระทั่งวิชาตัวเบา การมีผู้ฝึกยุทธ์อยู่ด้วยก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
พอคิดถึงตรงนี้ ฉินหล่างก็เริ่มประหม่า
แค่ชาวบ้านคนหนึ่งในหมู่บ้านนี้ยังมีแรงน่ากลัวขนาดนี้ แล้วจะมีคนที่แข็งแกร่งกว่านี้อีกไหม?
ถ้าเขาเผลอเปิดเผยตัวว่าเป็นโจรเด็ดบุปผา คงได้จบเห่แน่!
“ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็คงต้องยอมทิ้งภารกิจนี้...”
ฉินหล่างคิดในใจ ปล่อยให้ตัวเองถูกลากไปอย่างไร้ทางขัดขืน จนมาหยุดอยู่หน้าลานบ้านแห่งหนึ่ง
ลานบ้านนี้กว้างขวางและใหญ่โตมกว่าบ้านของชาวบ้านคนอื่นมาก ตรงกลางลานยังมีต้นพุทรากับโต๊ะหินตั้งอยู่
ในลานมีห้องอยู่ทั้งหมด 5 ห้อง ล้วนเป็นบ้านอิฐหินสีเขียว ดูก็รู้ว่าเป็นที่อยู่ของคนมีเงินมีฐานะ
“ผู้ใหญ่บ้าน! ผู้ใหญ่บ้าน! พ่อค้าจากตัวเมืองมารับซื้อของแล้ว!”
จางต้าซานตะโกนอย่างตื่นเต้นไปพลาง ลากฉินหล่างเข้าไปในลานบ้านไปพลาง
ในเวลานั้นเอง
ชายชราผมขาวโพลนคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องหลัก เขาถือไม้เท้าอยู่ในมือ
ชายชราดูแล้วน่าจะอายุอย่างน้อย 80 หรือ 90 ปี หลังของเขาค่อมงุ้ม
“ผู้ใหญ่บ้าน”
พอเห็นผู้ใหญ่บ้านชรา จางต้าซานก็แสดงท่าทีเคารพขึ้นมาทันที แม้แต่น้ำเสียงยังเบาลงหลายส่วน
ผู้ใหญ่บ้านชรามองฉินหล่าง พินิจเขาอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็หันไปยิ้มอย่างเมตตาให้จางต้าซานแล้วพูดว่า “ต้าซาน เจ้าไปทำธุระของเจ้าก่อน ส่วนคนนี้ให้อยู่ที่นี่”
“ได้”
จางต้าซานยิ้มซื่อ ๆ แล้วเดินจากไปอย่างว่าง่าย
จากนั้น
บรรยากาศในลานบ้านก็เงียบลงกะทันหัน เหลือเพียงเสียงต้นพุทราไหวตามสายลม
ผู้ใหญ่บ้านชราเดินไปนั่งที่โต๊ะหิน แล้วจึงหันมามองฉินหล่าง “คนต่างถิ่น มานั่งด้วยกันสิ”
ฉินหล่างมองไปรอบ ๆ ไม่เห็นชายฉกรรจ์คนอื่นอยู่แถวนั้น จึงลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
มีแค่ตาแก่คนเดียว คงไม่มีแรงสู้อะไรหรอก ถ้าเกิดอันตรายขึ้นมาจริง ๆ เขาก็ใช้วิชาตัวเบาถอยหนีได้ทันที แล้วออกจากเกมในพริบตา!
ฉินหล่างจึงเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามผู้ใหญ่บ้านชรา และชิงอธิบายก่อนว่า “คุณปู่ผู้ใหญ่บ้าน ผมไม่ใช่พ่อค้าหรอกครับ ผมเป็นแค่คนธรรมดาที่หลงทางมา”
“ตาเฒ่าอย่างข้าดูออก วิธีพูดของเจ้าไม่เหมือนคนในตัวเมืองของเรา”
ผู้ใหญ่บ้านชรายิ้มอย่างเมตตา ก่อนเปลี่ยนเรื่องแล้วถามขึ้นอย่างกะทันหันว่า “เจ้ามาจากโลกเหมือนกันหรือ?”
“?!”
ให้ตายสิ โลกงั้นเหรอ?!
ตาแก่นี่รู้จักโลกด้วยเหรอ?!
สีหน้าฉินหล่างเปลี่ยนไป ตกใจจนเกือบลุกพรวดขึ้นมา
เขาเตรียมพร้อมจะออกจากเกมได้ทุกเมื่อ พลางข่มความตกตะลึงเอาไว้แล้วลองถามอย่างระมัดระวังว่า “คุณปู่ผู้ใหญ่บ้านรู้ได้ยังไงครับว่าโลกคืออะไร?”
“หลายเดือนมานี้ ตาเฒ่าช่วยชายหญิงหนุ่มสาวหลายคนที่ผิวขาวเหมือนเจ้า แถมยังใส่เสื้อผ้าเหมือนกันทุกคน จากปากสัตว์ป่าที่อยู่นอกหมู่บ้าน ข้าถึงได้รู้เรื่องนี้”
ผู้ใหญ่บ้านชราลูบเคราพลางพูด
“แล้วพวกเขาอยู่ที่ไหนครับ?”
ฉินหล่างถามโดยไม่รู้ตัว
เขาคาดเดาว่าชายหญิงพวกนั้นอาจเป็นผู้เล่นทดสอบภายในเหมือนกับเขา!
แต่อีกฝ่ายอาจเป็นผู้เล่นทดสอบภายในรุ่นก่อน จึงเข้ามาในเกมล่วงหน้าหลายเดือน
“บางคนบาดเจ็บหนักจนตายคาที่ บางคนถูกสัตว์ป่ากัดตาย บางคนก็เสียสติ... อย่างชายหนุ่มที่ตายไปเมื่อสองวันก่อน ตอนข้าเจอเขา เขาบาดเจ็บสาหัส แล้วก็เอาแต่ตะโกนว่า ‘ออกจากเกม’ ‘ออกจากเกม’ ราวกับถูกผีเข้า...แต่สุดท้ายก็ยังตายอยู่ดี”
พอพูดถึงตรงนี้ ผู้ใหญ่บ้านชราก็ถอนหายใจ ดูเหมือนจะเสียดายที่ชีวิตหนึ่งต้องจากไป
ตายแล้ว?
ใจฉินหล่างหนักอึ้ง
ข้อความเตือนบอกไว้แล้วว่า ถ้าตายในเกม ชีวิตจริงก็จะตายด้วย
ชายหนุ่มคนนั้นคงจากไปอย่างถาวรแล้ว...
ฉินหล่างนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามต่อว่า “คุณปู่ผู้ใหญ่บ้านเคยเจอคนอื่นที่เหมือนผม แต่ยังมีชีวิตอยู่ไหมครับ?”
“ในหมู่บ้านเราไม่มี”
ผู้ใหญ่บ้านชราส่ายหน้า แล้วถามกลับว่า “โลกของพวกเจ้าเป็นเมืองใหญ่โตมากหรือ? ตาเฒ่าดูแล้วพวกเจ้าไม่น่าใช่คนที่หากินอยู่ตามภูเขา”
ในหมู่บ้านไม่มีงั้นเหรอ?
หรือที่อื่นจะมี?
จากที่ตาแก่พูดมา เขาต้องเคยเจอผู้เล่นทดสอบภายในที่ยังมีชีวิตอยู่แน่ ๆ!
ฉินหล่างครุ่นคิดไปพลางตอบว่า “จะเรียกว่าเมืองใหญ่ก็ได้ครับ แต่เมืองของพวกเราเกิดภัยพิบัติ ตอนนี้กลับไปไม่ได้แล้ว ไม่ทราบว่าคุณปู่ผู้ใหญ่บ้านจะให้ผมอาศัยอยู่ที่นี่ได้ไหมครับ?”
เขาไม่มีอารมณ์จะคุยเรื่องโลกมากนัก
ถ้าเผลอเปิดเผยเข้าไปว่าโลกนี้เป็นเกม คงยุ่งแน่
“ถ้าอยากอยู่ก็อยู่ในหมู่บ้านได้”
ผู้ใหญ่บ้านชราไม่ได้ปฏิเสธ เพียงเสริมว่า “แต่เจ้าต้องหาที่พักกับอาหารเอง ชีวิตของคนในหมู่บ้านก็ลำบากกันทั้งนั้น... ถ้าเจ้าขยันออกแรง บางทีอาจหางานทำในหมู่บ้านได้”
ต้องหาที่พักกับอาหารเองงั้นเหรอ?
ฉินหล่างพลันรู้สึกว่าผู้ใหญ่บ้านชราดูคล้ายเอ็นพีซีในหมู่บ้านเริ่มต้นที่แจกภารกิจอยู่บ้าง
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ถามขึ้นว่า “คุณปู่ผู้ใหญ่บ้านมีงานอะไรให้ช่วยไหมครับ? ผมไม่ต้องการค่าจ้าง ขอแค่คุณปู่ช่วยหาที่พักให้ก็พอ”
ถ้าได้อาศัยอยู่ในบ้านผู้ใหญ่บ้าน ภารกิจโจรเด็ดบุปผาก็มีโอกาสสำเร็จ!
เดี๋ยวก่อน...
พอพูดถึงภารกิจ ฉินหล่างก็พลันนึกเรื่องน่ากลัวขึ้นมาได้
ผู้ใหญ่บ้านชราตรงหน้าดูอายุ 80 หรือ 90 ปีแล้ว ถ้าอย่างนั้นลูกสาวของเขาจะอายุเท่าไรกัน?
ถึงจะมีลูกตอนแก่ ป่านนี้อย่างน้อยก็คงอายุ 40 หรือ 50 แล้วกระมัง?
ให้ตายสิ ภารกิจตัวตนอัปมงคลนี่จะให้เขาลอบเข้าไปในห้องนอนของป้ารุ่นแม่อายุ 40 หรือ 50 ปีงั้นเหรอ?!
