"กระบี่ผ่าขุนเขา!"
"ตูมมม..."
เสียงกัมปนาทสะเทือนฟ้าดังขึ้น คลื่นอสูรนอกเขตอาคมพลันหยุดนิ่งในพริบตา
ฝูงสัตว์ปีกและสัตว์เดินดินนานาชนิด งูปีศาจ แมลง มด หนู แทบจะพร้อมใจกันแหงนมองไปยังฟากฟ้าสูงหมื่นเมตร
แม้แต่เผ่าพันธุ์อสูรกลืนขุนเขา ในยามนี้ก็ชะงักการเคลื่อนไหว พลันเงยหน้ามอง
เพียงชั่วอึดใจ สิ่งมีชีวิตทั้งปวงล้วนหวาดหวั่น เลือดลมพลุ่งพล่าน รูม่านตาขยายกว้างไม่หยุด
รวมไปถึงศิษย์เก้ายอดฝึกสัตว์ที่อยู่ภายในเขตอาคม ต่างก็ตะลึงงันไปตาม ๆ กัน
เกิดอะไรขึ้น เผ่าอสูรโบราณยังบุกเข้ามาไม่ถึง ทางสำนักกลับเป็นฝ่ายลงมือก่อนอย่างนั้นหรือ?
ผู้ใดกันที่บ้าระห่ำถึงเพียงนี้!
ไม่ว่าจะเป็นเผ่าอสูรกลืนขุนเขา หรือเหล่าศิษย์สำนักจื่อหลิง ตามความทรงจำของพวกเขา สำนักจื่อหลิงเป็นฝ่ายตั้งรับมาโดยตลอด
ครั้งนี้คลื่นอสูรเพียงแค่ก่อกวนอยู่ภายนอก อสูรร้ายระดับหยั่งเต๋าแค่นั้น ย่อมยากจะทลายค่ายกลพิทักษ์ขุนเขาแห่งยอดอสูรได้
ในเมื่อไม่อาจก่อภัยคุกคามได้ ตามหลักแล้วสำนักจื่อหลิงก็ไม่ควรลงมือ
แต่ผลกลับมีคนลงมือ ฉากนี้ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี
และที่สำคัญที่สุด กระบี่นี้ช่างเต็มไปด้วยพลานุภาพยิ่งนัก
ปราณทิพย์แห่งฟ้าดินปั่นป่วน พลังวิญญาณโดยรอบหลายร้อยลี้ถูกสูบจนหมดสิ้นในชั่วพริบตา ยังไม่ทันรวมตัวเป็นกระบี่ แต่เจตจำนงแห่งกระบี่ที่บดขยี้ทุกสิ่งกลับรวมตัวขึ้นแล้ว
เมื่อกระบี่ยักษ์สะท้านฟ้าก่อรูปร่างสำเร็จ ทุกคนล้วนตะลึงงัน
"สำนักจื่อหลิง... พวกเจ้าอยากเปิดศึกหรือ?"
อสูรกลืนขุนเขาขั้นหยั่งเต๋าหวาดหวั่นสะท้านทั้งร่าง ขณะกระบี่ยักษ์ยาวหมื่นเมตรก่อรูปขึ้น เจตนาสังหารอันน่าตื่นตระหนกทำให้มันรู้สึกถึงภัยคุกคามแห่งความตาย ถึงกับเอื้อนพจนาวาจาคนคำรามออกมาตามสัญชาตญาณ
มันต้องการให้สำนักจื่อหลิงหวั่นเกรง อย่าได้บุ่มบ่าม
