“เสี่ยวหมิง เจ้าไม่เป็นไรนะ”
“ไยเจ้าถึงหุนหันพลันแล่นเช่นนี้”
“ใช่แล้ว การต่อสู้ระดับขั้นสวรรค์ พวกเรามีสิทธิ์เข้าไปยุ่งด้วยหรือ”
ผู้คนกรูกันเข้ามา ท่ามกลางคำตำหนิและความเป็นห่วงของหานอวิ๋นเอ๋อร์กับพวกเด็ก ๆ ตระกูลเยี่ยน คนอื่น ๆ ต่างก็มีสีหน้าหวาดหวั่น อดใจหายใจคว่ำไม่ได้
ครึ่งปีผ่านไป แม้เยี่ยนหมิงจะยังร้อยเรียงปราณไม่สมบูรณ์ แต่ก็ได้หลอมรวมวาสนานั้นแล้ว เหลือเพียงก้าวสำคัญก็จะบรรลุปราณชั่วร้ายขั้นร้อยเรียงขั้นสูงสุด
นั่นคือร่างเนื้อระดับปราณชั่วร้ายขั้นร้อยเรียงแท้ ๆ แต่ในการต่อสู้ครั้งนี้ กลับไม่มีคุณสมบัติแม้แต่จะเข้าใกล้
ไม่อยากนึกเลย หากไม่มีการปกป้องของเขาหลิงซีทะเลโลหิต ในยามนี้ที่ต้องเผชิญศึกนี้ พวกเขาจะลงเอยเช่นไร
วิถีสวรรค์ขั้นสร้างฐานและปราณฟ้าแท้ขั้นร้อยเรียง รวมเรียกว่าระดับขั้นสวรรค์ ความแข็งแกร่งของพวกเขาได้ปรากฏอย่างถึงขีดสุดในยามนี้
“ฉุนเซี่ยว เจ้าก่อกวนมามากพอแล้วหรือยัง”
“เจ้าทำอะไรพี่สาวไม่ได้หรอก หากยังก่อกวนต่อไป พี่สาวจะโกรธแล้วนะ”
ทันใดนั้นเอง ในบรรดาผู้ต่อสู้กลางอากาศทั้งสอง เยี่ยนหลิงเอ๋อก็เอ่ยขึ้น
ชัดเจนว่า ถึงตอนนี้ทั้งคู่ยังไม่ได้สู้ตายกันจริง ๆ ยังอยู่ในช่วงหยั่งเชิงกันอยู่
เพียงแต่ผลลัพธ์ก็ชัดเจนมาก ในช่วงสั้น ๆ เยี่ยนฉุนเซี่ยวไม่มีทางเอาชนะเยี่ยนหลิงเอ๋อลงได้ ส่วนถ้าต่อสู้กันจริง ๆ ใครแพ้ใครชนะก็ยากจะกล่าว
“โกรธแล้วจะทำอะไรข้าได้”
“สิ่งสกปรกโสมมเอ๋ย ยังกล้าใช้ชื่อของพี่สาวข้ามากล่าววาจาอีก”
“ในเมื่อเจ้าหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอมออกไป วันนี้ข้าจะสู้ตายกับเจ้าสักตั้ง จะเป็นอะไรไป”
เสียงของเยี่ยนฉุนเซี่ยวพลันดังขึ้น ร่างกระบี่ยักษ์ที่เขาแปลงกายเป็นถอยร่นอย่างรวดเร็ว ไปอยู่ห่างออกไปร้อยจ้าง
“เจ้าคิดจะทำอะไร”
คิ้วงามของเยี่ยนหลิงเอ๋อขมวดแน่น หนังตาเต้นระริก เลือนรางถึงความไม่ชอบมาพากล
“ก็ฆ่าเจ้าอย่างไรเล่า”
แววตาของเยี่ยนฉุนเซี่ยวดุดัน นางไม่อนุญาตให้ใครก็ตามลบหลู่ชื่อเสียงของพี่สาวนาง และยิ่งไม่อาจยอมให้ปิศาจร้ายตนหนึ่งมาควบคุมชีวิตของพี่สาว
