ซ่งเวินเจ๋อก้มหน้าลง สวี่มู่เวยก็รับรู้ถึงสัญญาณจากมือของเขา เธอค่อย ๆ หลับตาแล้วขยับเข้าใกล้
แต่ขณะที่ทั้งคู่กำลังจะจูบกัน ซ่งเวินเจ๋อกลับใจลอยไปเสียก่อน ชิงเหยียนไม่ได้ติดต่อเขามาทั้งวันแล้ว เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แถมจนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่กลับบ้าน ตกลงเธอไปอยู่ที่ไหนกันแน่?
ช่วงชะงักสั้น ๆ ทำให้บรรยากาศกระอักกระอ่วนขึ้นมา ซ่งเวินเจ๋อหมดอารมณ์จึงปล่อยสวี่มู่เวย ส่วนเธอก็รีบยืนตัวตรง “ขอโทษนะ พี่เวินเจ๋อ เมื่อกี้ฉันเวียนหัวมากไปหน่อย”
เธออธิบายด้วยท่าทางอ่อนแอบอบบาง แต่เล็บกลับจิกฝ่ามือแน่น เมื่อกี้เขายังเคลิบเคลิ้มจนเสียการควบคุมอยู่เลย ทำไมจู่ ๆ ถึง... เธออุตส่าห์ยั่วยวนเขามาตั้งนาน แถมยังเป็นฝ่ายมาหาถึงที่ แต่ก็ยังสู้ตำแหน่งในใจของพี่สาวไม่ได้หรือ?
“ไม่เป็นไร ที่นี่ลมแรง ไปคุยกันในห้องรับแขกดีไหม?”
ซูชิงเหยียนกำลังจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพเหตุการณ์ตรงหน้า แต่กลับเห็นทั้งสองคนแยกจากกันเสียก่อน ช่างไม่ถูกจังหวะเอาเสียเลย เธอขมวดคิ้ว ก่อนย่องเข้าไปใกล้ ๆ แล้วได้ยินบทสนทนาของพวกเขา
“ไม่ดีกว่าค่ะ” สวี่มู่เวยก้มหน้า เม้มริมฝีปากเบา ๆ “เดี๋ยวพี่สาวกลับมา พี่เวินเจ๋อก็ไม่มีเวลาคุยกับฉันแล้ว”
“จะเป็นไปได้ยังไง?”
“ที่ฉันเรียกพี่เวินเจ๋อออกมา เพราะช่วงนี้กำลังเตรียมตัวแข่งรอบชิงรายการนักร้องสวมหน้ากาก ฉันเครียดมากจริง ๆ พอได้คุยกับพี่เวินเจ๋อก็ดีขึ้นเยอะเลย เมื่อคืนพี่เวินเจ๋อบอกว่าจะไปเชียร์ฉันที่สนามแข่งด้วยตัวเอง จริงหรือเปล่าคะ?”
