สองสามวันมานี้ หานชุนหมิงรู้สึกหงุดหงิดทุกวัน
เหตุผลก็ง่ายนิดเดียว
เจ้า 'หมู' หน้าด้านตัวนั้น มันหาเรื่องมาหาพี่สาวของเขาทุกวันโดยใช้ข้ออ้างสารพัด
ตอนแรกก็ใช้ข้ออ้างว่าแวะมาเยี่ยมอาการบาดเจ็บ หลัง ๆ แม้แต่ข้ออ้างก็ไม่หาแล้ว บอกแค่ว่า 'ผ่านมาพอดี'!
เหอะ ๆ ผ่านมาพอดีงั้นเหรอ?
ผ่านบ้านพ่อสิ!
ประตูเจิ้งหยางกับตรอกหนานหลัวกู่เซี่ยงไม่ได้อยู่เส้นทางเดียวกันด้วยซ้ำ แถมห่างกันเป็นสิบกว่าลี้ จะบังเอิญผ่านมาได้ยังไงกัน!
แต่ว่า
ถึงหานชุนหมิงจะไม่ชอบใจ แต่ก็สู้ความเต็มใจของพี่สาวรองไม่ได้!
ตั้งแต่ได้เจอกับฉินเฟิง พี่สาวรองของเขาก็เปลี่ยนเป็นคนละคน ทุกวันจะให้หานชุนหมิงไปรอที่ปากตรอกก่อน ถ้าเห็นฉินเฟิงมา ก็ให้รีบกลับมาบอกเธอ
วันนี้ หานชุนหมิงก็ถูกพี่สาวรองสั่งให้ไปรอที่ปากตรอก คอยดูว่าเมื่อไหร่ฉินเฟิงจะมา
“กริ๊ง ๆ ๆ~”
เสียงกระดิ่งรถที่คุ้นเคยดังขึ้น หานชุนหมิงที่นั่งยอง ๆ อยู่ก็เบ้ปากเบะหน้าอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้น
เมื่อเห็นแฮนด์รถของฉินเฟิงว่างเปล่า หานชุนหมิงก็ชะงัก
ต้องรู้ไว้ว่าสองสามวันมานี้ ฉินเฟิงมาไม่เคยมือเปล่าสักครั้ง
ไม่ว่าจะเป็นนมผงม่ายจิงสองกระป๋อง เนื้อวัวก้อนใหญ่ หรือหมูสามชั้นที่มีทั้งมันทั้งเนื้อ...
ก็เพราะแบบนี้ อาหารการกินของตระกูลหานช่วงนี้เลยดีมาก
ถึงปากจะบอกว่าไม่ชอบเจ้านี่ แต่ในใจหานชุนหมิงก็แอบคาดหวังของอร่อยพวกนี้อยู่เหมือนกัน
เห็นสายตาของอีกฝ่าย ฉินเฟิงก็ยิ้มแสยะถามว่า “มองอะไร?”
“ปะ...เปล่าสักหน่อย” หานชุนหมิงเบือนตาไปมา กลัวอีกฝ่ายจะอ่านความคิดในใจออก
จากนั้น เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เขาก็เงยหน้าขึ้น พูดจาหยอกล้อกลับไปว่า
“วันนี้ก็ผ่านมาพอดีอีกแล้วเหรอ?”
“อะแฮ่ม…” ฉินเฟิงถึงกับสำลักคำพูดของไอ้เด็กนี่
