ฝึกวิชากายาเพชรภาคที่สี่มาจนถึงวันนี้ กู้หม่านคุ้นเคยกับทุกท่วงท่าจนไม่มีอะไรให้คุ้นไปกว่านี้แล้ว
หลายวันมานี้ เขาลองฝึกรอบที่สิบอยู่ไม่รู้กี่ครั้ง
บางครั้งไหล่ก็รับไม่ไหวก่อน บางครั้งเอวกับสะโพกคลายลงเพียงนิดเดียว ทั้งที่เหลือแค่สลับแขนเป็นครั้งสุดท้าย ร่างกายกลับเหมือนชนกำแพง ไม่ยอมขยับไปข้างหน้าอีกแม้แต่น้อย
วันนี้ก็เหมือนกัน
สามรอบแรกมั่นคงดี
พอจบรอบที่ห้า เหงื่อก็เริ่มผุดบนหน้าผาก
เมื่อจบรอบที่เจ็ด ใต้สะบักเหมือนมีเหล็กเผาแดงสองชิ้นกดทับ แม้แต่ลมหายใจก็แผดเผาจนเจ็บ
ยิ่งใกล้ช่วงท้าย ยิ่งรีบร้อนไม่ได้
รอบที่แปด
แขนทั้งสองข้างหนักขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่สลับท่า กล้ามเนื้อบริเวณไหล่และหลังจะกระตุกแรงหลายที
รอบที่เก้า
หมัดหนักอึ้งราวกับอัดทรายเปียกไว้ ทุกครั้งที่เปิดสะบักออกเพียงนิด ความปวดเมื่อยก็แทรกซึมไปตามร่องกระดูก
ถ้าเป็นครั้งก่อน ๆ พอมาถึงตรงนี้ แรงเฮือกนั้นคงสลายไปนานแล้ว
แต่วันนี้ไม่ใช่
กู้หม่านกัดฟันแน่น
“รอบที่สิบ!”
เขาหุบแขนทั้งสองข้าง ก่อนกางออกอีกครั้ง
ฝ่ามือซ้ายดันไปข้างหน้า โคนฝ่ามือค่อย ๆ เคลื่อนไปยังตำแหน่งที่ถูกต้อง หมัดขวาดึงไปด้านหลัง สะบักเปิดออกไปทั้งสองข้างตามแรง
ขาทั้งสองเริ่มสั่น แต่เอวกับหน้าท้องยังไม่เอียงแม้แต่น้อย
สลับแขน!
กู้หม่านเค้นเสียงคำรามต่ำ ๆ ออกมาจากลำคอ ฝ่ามือขวาดันไปข้างหน้า หมัดซ้ายดึงกลับมาข้างหู
ท่าสุดท้ายหยุดค้าง
เขาไม่รีบผ่อนแรง เพียงฝืนประคองท่าทั้งที่ตัวสั่นระริกอยู่อย่างนั้นครบสามลมหายใจ โครงท่ายังไม่พัง
ภาคที่สี่ สำเร็จสมบูรณ์!
อกกระเพื่อมแรง เหงื่อไหลจากคางหยดลงบนร่องกันลื่นที่เป็นลายก้างปลา
กู้หม่านยืนนิ่งอยู่นาน กว่าจะปรับลมหายใจให้สม่ำเสมอได้
เริ่มจากเคี่ยวเข็ญจนผ่านรอบที่ห้าไปถึงรอบที่หก แล้วกัดฟันดันขึ้นไปถึงรอบที่เจ็ด แปด และเก้า
