ชายสวมผ้าคลุมรวบเส้นด้ายสีดำระหว่างนิ้ว ภาพที่ดวงตาของอีกาดำมองเห็นพลันหายไป
หลังหนีออกจากสุสานรวมศพคราวก่อน เขาอ้อมไปไกลมาก ก่อนจะลอบกลับมาอย่างเงียบเชียบไร้ร่องรอยผ่านทางเดินสุสานร้างอีกเส้น
ข้างหลุมดิน มีศพเชิดร่างกำยำตัวนั้นหมอบอยู่
มันถูกปลุกขึ้นมาก่อนกำหนด ฝืนคืนชีพทั้งที่ยังไม่ถึงเวลา ทำให้การบ่มเพาะที่สั่งสมมาหลายเดือนเสียหายไปเกือบหมด รอยแยกบนหน้าอกไม่ยอมสมานสักที ซี่โครงขาวซีดหลายซี่โผล่พ้นออกมา ดวงตาสีแดงคล้ำเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่ง
นิ้วมือใหญ่โตข่วนพื้นดินไม่หยุด ทิ้งร่องลึกไว้บนโคลนเป็นทาง
หากปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไป ร่างต้นศพชั้นดีที่เขาอุตส่าห์หาเจอก็จะพังยับเยิน
หากต้องการชดเชยเวลาบ่มเพาะที่ขาดหายไป ก็เหลือเพียงทางเดียว
ใช้เลือดของคนเป็นจำนวนมาก ทำพิธีสังเวยโลหิตขั้นสุดท้ายให้สำเร็จโดยฝืนกำลัง
ในหมู่บ้านเสี่ยวสือมีถุงเลือดสำเร็จรูปอยู่หลายสิบคนพอดี
ชายสวมผ้าคลุมยื่นมือไปลูบร่างที่แตกร้าวของศพเชิด
“อดทนอีกหน่อย”
“พอดื่มเลือดคนทั้งหมู่บ้านจนแห้งแก วก็จะสมบูรณ์อย่างแท้จริง”
ฟ้าด้านนอกมืดลงอีกเล็กน้อย
ชายสวมผ้าคลุมกระโดดขึ้นหลังศพเชิด แล้วปีนออกจากหลุมดิน
ศพเชิดย่อตัวลงทั้งสี่ขา รูจมูกกระเพื่อมฟุดฟิด กลิ่นอายของคนเป็นที่ลอยมาจากหมู่บ้านทำให้เสียงคำรามต่ำ ๆ ดังขึ้นจากลำคอมันอย่างห้ามไม่อยู่
ขณะที่มันกำลังจะพุ่งเข้าใส่หมู่บ้านเสี่ยวสือ เสียงแผ่วเบาของไฟแช็กที่เปิดปิดก็ดังขึ้นตรงหน้า
แกร๊ก
อวี๋เจ๋อนั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์อยู่บนป้ายหลุมศพที่แตกหัก
ร่างของชายสวมผ้าคลุมแข็งค้าง ราวกับตกลงไปในถ้ำน้ำแข็ง
“แกยังไม่ไปอีกหรือ?”
ปลายนิ้วเขาขยับเล็กน้อย แล้วเชื่อมต่อกับอีกาดำที่ทิ้งไว้ด้านนอกหมู่บ้านทันที
ภาพตรงหน้าเพิ่งเชื่อมต่อได้
ผ่านดวงตาสีเทาขาวคู่นั้น เขาเห็นเพียงเสาหินสีดำต้นหนึ่งพุ่งทะลุหมอกเทา กวาดเข้ามาหาเขาเต็มแรง
เส้นด้ายสีดำที่พันอยู่รอบปลายนิ้วของชายสวมผ้าคลุมขาดผึงในพริบตา อีกาดำที่คอยจับตาดูถูกบดจนกลายเป็นกองเนื้อเละ ๆ พร้อมกิ่งไม้แห้งใต้เท้า
อวี๋เจ๋อลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นออกจากขากางเกง
“ล่อเสือออกจากถ้ำ วิธีนี้อาจจะเก่าไปหน่อย แต่กับหนูสกปรกที่ชอบมุดรูอย่างแกก็ใช้ได้พอดี”
