“เฮ้อ พูดถูกจริง ๆ ด้วย”
“เพื่อนนายเยอะดีนี่” เจ้าของร้านวางเครื่องมือในมือลง
“มนุษยสัมพันธ์ดีน่ะ”
“แล้วคนที่เอาปืนมาให้ล่ะ?”
“มีธุระ เลยไปก่อนแล้ว”
เจ้าของร้านไม่ได้ซักต่อ สายตาของกู้หม่านเลื่อนไปหยุดที่เคาน์เตอร์แล้ว
บนผ้าน้ำมันสีดำคล้ำ มีปืนไรเฟิลทรงคุ้นตาวางอยู่หนึ่งกระบอก ดูคล้ายกับกระบอกที่เสี่ยวอู่ฉวยกลับมา
ตัวปืนไม่มีอุปกรณ์เสริมทางยุทธวิธีฉูดฉาด พานท้ายไม้เนื้อแข็งเชื่อมกับลำกล้องสีดำหนา
“ปืนอะไร?”
“M14 ใช้กระสุนมาตรฐานขนาด 7.62×51 มิลลิเมตร พวกทหารรับจ้างรุ่นเก่าชอบใช้กัน” เจ้าของร้านตอบส่ง ๆ
“ใช้ดีไหม?”
“ตัวปืนไม่มีปัญหา ถ้าคนใช้เป็นก็ใช้ดี” เจ้าของร้านดันปืนออกมาเล็กน้อย
“ยิงได้ไกล อานุภาพก็แรงพอ ข้อเสียคือแรงถีบหนักเอาเรื่อง”
“รุ่นที่ยิงต่อเนื่องได้ ถ้าคนธรรมดาพยายามกดรัวยิง ปากกระบอกปืนจะสะบัดลอยขึ้นไปในหมอกเท้า”
“ถึงเป็นรุ่นกึ่งอัตโนมัติ ถ้าลั่นไกเร็วเกินไปจนคุมไม่อยู่ กระสุนก็ไม่รู้ปลิวไปไหนแล้ว”
กู้หม่านนึกถึงโครงกระดูกผิดรูปของเสี่ยวอู่ พอเกร็งร่างขึ้นมา มีดชำแหละกระดูกของผู้มีอาชีพพิเศษยังติดค้างได้
ปืนไรเฟิลที่คุมยากแบบนี้ คนอื่นจับให้มั่นคงไม่ได้ แต่ถ้าอยู่ในมือเสี่ยวอู่ กลับเหมาะกันอย่างยิ่ง
“กระสุนแบบนี้ขายยังไง?”
“1 เหรียญเงินได้ 6 นัด”
หัวใจที่เพิ่งลุกโชนเพราะได้ของดีของกู้หม่านพลันเย็นวาบไปทั้งดวงเมื่อได้ยินราคา
กระสุน 1 นัดราคาเท่ากับอาหารคอนกรีตหมายเลข 97 หนึ่งชาม
“ลดให้หน่อยได้ไหม?”
