หน้าต่างแต่ละบานมีแผ่นปิดสีดำเพิ่มขึ้นมาด้านละชิ้น ปกติจะซ่อนอยู่ในร่องแคบข้างผนัง จึงไม่บดบังแสงแม้แต่น้อย
กู้หม่านจับห่วงดึง แล้วผลักแผ่นปิดทั้งสองเข้าหากัน
กึก!
แผ่นปิดทั้งสองเลื่อนออกมาพร้อมกัน ก่อนประกบเข้าหากันตรงกลางหน้าต่าง สลักด้านบนและด้านล่างดีดออกเอง เสียบเข้าร่องหินอย่างแน่นหนา ปิดหน้าต่างทั้งบานจากด้านในสนิท
“คราวนี้ก็ไม่ต้องกลัวตัวประหลาดเอาหัวโขกกระจกแล้ว”
กู้หม่านเลื่อนแผ่นปิดเปิดออกอีกครั้ง แล้วตรวจดูร่องโคมใต้หน้าต่าง
ผนังด้านในของร่องโคมถูกบุด้วยแผ่นสะท้อนแสงสีเงินเพิ่มขึ้นมา ข้างในมีถาดโลหะที่เลื่อนเข้าออกได้
พอวางโคมศพลงไปแล้วดันถาดเข้า ถาดก็จะล็อกเข้าที่เอง ด้านนอกมีฝาครอบกระจกหนา ด้านบนและด้านล่างเว้นรูระบายอากาศเล็ก ๆ ไว้เป็นแถว ส่วนที่หันเข้าด้านในห้องมีเพียงประตูบานเล็กสำหรับเปลี่ยนขี้ผึ้งน้ำมันศพ
กู้หม่านจุดขี้ผึ้งน้ำมันศพ แล้วดันถาดเข้าไป
แสงสีขาวเย็นถูกแผ่นสะท้อนด้านในรวบรวมไว้ ส่วนหนึ่งส่องเข้าห้อง อีกส่วนทอดไปตามร่องหินที่ด้านนอกแคบด้านในกว้าง มุ่งไปยังนอกประตู
ร่องโคมทั้งสองฝั่งสว่างขึ้นพร้อมกัน แสงครอบคลุมทั้งประตูหิน หน้าต่าง และพื้นหน้าบ้าน
“แบบนี้สิถึงเรียกว่าร่องโคม”
กู้หม่านเดินไปที่ประตูอีกครั้ง
เตาผิงแบบง่าย ๆ ที่เดิมใส่ได้แค่ฟืน กลายเป็นเตาประกอบอาหารที่ฝังอยู่ในผนังหินไปแล้ว
ด้านในเตาบุด้วยวัสดุทนไฟ ด้านบนปิดด้วยแผ่นเหล็กหนา ตรงกลางแผ่นเหล็กเจาะช่องเตาไว้สองช่อง ขนาดต่างกัน วางหม้อใบใหญ่หรือใบเล็กก็ได้
ก่อไฟ ทำอาหาร ให้ความอบอุ่น เตาเดียวทำได้ครบ
