หนิงอันตี้เพิ่งจัดการราชกิจเร่งด่วนที่ส่งมาถึงเมื่อครู่เสร็จ กลิ่นหอมเข้มข้นและเย้ายวนพลันลอยมาแตะจมูก
นางวางพู่กันในมือลง เงยหน้ามองโจวฝู “กลิ่นนี้... อยู่เหม่ย์กำลังทำอาหารหรือ?”
“ทูลฝ่าบาท เป็นเช่นนั้นเพคะ!”
โจวฝูตอบอย่างนอบน้อม “เมื่อครู่บ่าวยังเห็นองครักษ์ข้างกายใต้เท้าอยู่เหม่ย์ไปหยิบผักสดใหม่จากห้องของนางมาด้วยเพคะ”
“ผักสดใหม่หรือ?”
หนิงอันตี้ถามอย่างสนใจ “ยามนี้อากาศหนาวเหน็บจนพื้นดินจับตัวเป็นน้ำแข็ง นางยังมีผักสดใหม่อยู่ในมือหรือ?”
“ทูลฝ่าบาท องครักษ์หยุนกล่าวว่า ใต้เท้าอยู่เหม่ย์สั่งให้คนทดลองเพาะปลูกในที่ดินพระราชทานของพระองค์จนได้ผลเพคะ”
“ไม่คิดเลยว่านางจะมีความสามารถเช่นนี้ด้วย!”
หนิงอันตี้พยักหน้าซ้ำๆ อย่างพึงพอใจ “ดูท่าเรามิได้มองนางผิดไปจริงๆ”
กล่าวเช่นนั้นแล้ว นางก็อดตั้งตารอมื้อกลางวันวันนี้ขึ้นมาไม่ได้
ไม่ไกลจากเรือนน้อย หญิงสาววัยเยาว์ผู้หนึ่งซึ่งสวมอาภรณ์หรูหราและมีใบหน้างดงามพลันหยุดฝีเท้า นางขยับจมูก สูดกลิ่นหอมเข้มข้นเย้ายวนที่อบอวลในอากาศ ก่อนหันไปถามองครักษ์ข้างกาย “สือเหยียน เจ้าได้กลิ่นหอมอะไรหรือไม่?”
สือเหยียนที่อยู่ด้านหลังขยับจมูก สูดดมแล้วพยักหน้า “ทูลองค์หญิง ข้าน้อยก็ได้กลิ่นพ่ะย่ะค่ะ คล้ายว่าจะลอยมาจากบริเวณเรือนของฝ่าบาท”
“เสด็จแม่ซ่อนพ่อครัวหลวงฝีมือเลิศไว้ตั้งแต่เมื่อใดกัน?”
หญิงสาวยิ้มพลางมองไปยังทิศทางเรือนน้อยของหนิงอันตี้ นางสะบัดพัดในมือให้กางออก ก่อนหมุนกายมุ่งหน้าไปยังเรือนน้อย “ไป! วันนี้พวกเราไปขอรางวัลจากเสด็จแม่กัน!”
