รุ่งเช้าวันถัดมา หยุนซูตื่นขึ้นก่อน
นับตั้งแต่มาถึงแคว้นต้ายิ่น หยุนซูก็ไม่เคยตื่นเช้าถึงเพียงนี้อีกเลย นอกจากวันรุ่งขึ้นหลังแต่งงานที่ต้องไปยกน้ำชาคารวะ
มีคนงามอยู่ในอ้อมแขน ทั้งยังอบอุ่นนุ่มนวลชวนให้หลงใหล นางจึงไม่อยากลุกขึ้นเลย
ใบหน้าของชายหนุ่มในอ้อมแขนแดงระเรื่อ ขนตายาวหนางอนงามทอดเงาลงบนใบหน้า สันจมูกโด่งสูง ใต้ลงมาเป็นริมฝีปากแดงที่เผยอเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายชวนตื่นตะลึง ทว่ายามนี้กลับดูอ่อนโยนว่าง่ายเป็นพิเศษ
หยุนซูยิ้มบาง ๆ ก่อนใช้นิ้วแตะริมฝีปากแดงระเรื่อนั้นเบา ๆ เมื่อเห็นว่าเขาไม่มีทีท่าว่าจะตื่น นางจึงยอมปล่อยเขาไว้ ไม่รบกวนฝันดีของเขาอีก ทั้งยังช่วยจัดผ้าห่มให้เรียบร้อยอย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงค่อย ๆ ลุกจากเตียง
เดิมทีนางคิดจะนอนอ้อยอิ่งต่ออีกสักพัก แต่พอนึกได้ว่ายังติดค้างคันไถโค้งอยู่คันหนึ่งกับหนิงอันตี้ ก็หมดอารมณ์จะนอนต่อ
“นายท่าน”
หยุนอี้เป็นองครักษ์ของนาง ทันทีที่หยุนซูเปิดประตูห้อง นางก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า
หลังจากหนิงอันตี้ปรากฏตัวกะทันหันเมื่อวาน หยุนอี้ก็เริ่มตระหนักถึงภัยคุกคาม เมื่อคืนหลังหยุนซูพักผ่อนแล้ว นางก็เลิกเกียจคร้านเหมือนที่ผ่านมา หันมาเพิ่มการฝึกฝนให้ตนเองตลอดทั้งคืน
นางคิดว่าตนรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของนายท่านอย่างเต็มที่แล้ว ทว่าเรื่องเมื่อวานทำให้นางเห็นข้อบกพร่องของตน เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นอีก นางจึงทำได้เพียงฝึกฝนให้หนักยิ่งขึ้น
นางรู้ดีว่าหลีฉูไป๋มีความสำคัญเพียงใดในใจหยุนซู เมื่อเห็นหยุนซูเดินออกมาอย่างแผ่วเบา นางจึงลดเสียงลงโดยไม่รู้ตัว เกรงว่าเพียงส่งเสียงดังขึ้นอีกนิดจะรบกวนคนในห้องเข้า!
