“พลังอสนีบาต?!”
หลีฉูไป๋ผงะลุกนั่งตัวตรงด้วยความตกตะลึง เขาหยิบปิ่นไม้ที่ดูแสนธรรมดาในมือขึ้นมาพินิจอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนพึมพำว่า “เช่นนั้นมิใช่ผ่าคนให้ตายได้หรือ?”
“คงไม่ถึงขั้นผ่าคนตายหรอก!”
อวิ๋นซูยิ้มพลางส่ายหน้าและอธิบายว่า “เพื่อไม่ให้วิถีสวรรค์ของโลกนี้ตรวจพบ อานุภาพของสายฟ้าจึงไม่ถึงขั้นคร่าชีวิตผู้คน
แต่ทำให้คนสลบได้ การป้องกันตัวเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว!”
“ข้าเข้าใจแล้ว!”
หลีฉูไป๋พยักหน้าเล็กน้อยอย่างจริงจัง “พลังอสนีบาตมาจากแดนเซียน หากผ่ามนุษย์ธรรมดาให้ตายได้ตามใจ ย่อมก่อหนี้กรรมขึ้นมา”
เห็นเขามีสีหน้าเคร่งขรึม อวิ๋นซูกลั้นหัวเราะพลางพยักหน้าตามติด ๆ “ที่เจ้าเข้าใจเช่นนั้นก็ไม่ผิด!”
“เราเป็นสามีภรรยากัน ข้าไม่อยากปิดบังสิ่งใดจากเจ้า ที่แรกเริ่มไม่ได้บอกก็เพราะไม่รู้จริง ๆ ว่าจะอธิบายกับเจ้าอย่างไร เรื่องนี้ช่างเหลือเชื่อเกินไปนัก!
แต่เราจะอยู่ด้วยกันไปชั่วชีวิต วันหน้าอาจมีของดีอย่างอื่นที่ข้าหยิบออกมาอีก วันนี้จึงบอกเจ้าไว้ก่อน ไม่อยากให้เจ้าคิดฟุ้งซ่านในภายหลัง”
อวิ๋นซูโอบหลีฉูไป๋เบา ๆ น้ำเสียงอ่อนโยนราวกับจะหยาดหยดเป็นสายน้ำ “ข้ารู้ว่าวันนี้ทำให้เจ้าตกใจ ทั้งหมดเป็นความผิดของข้า ข้าขอรับรองว่า ต่อไปจะไม่เกิดเรื่องเช่นนี้อีก!
หากวันหน้าเจ้ามีข้อสงสัยอันใดก็บอกข้าได้โดยตรง ตราบใดที่ข้ารู้ ข้าจะบอกเจ้าไม่มีปิดบัง!”
“เช่นนั้น...”
หลีฉูไป๋เม้มริมฝีปาก ลังเลอยู่นานกว่าจะเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจอีกครั้งว่า “เช่นนั้นภรรยาใหญ่จะกลับแดนเซียนในวันหน้าหรือไม่?”
