ภายในกุฏิของหนิงอันตี้
หนิงอันตี้ประทับนั่งอยู่ด้านข้าง จัดการราชกิจเร่งด่วนที่เพิ่งส่งมาถึง พลางตรัสถามอย่างไม่ใส่ใจว่า “จัดการเรียบร้อยแล้วหรือ?”
“ฝ่าบาทโปรดวางพระทัย ทางคุณหนูหยุนซูจัดการตามพระบัญชาของฝ่าบาทเรียบร้อยแล้วเพคะ!”
ขันทีใหญ่โจวฝูกล่าวด้วยรอยยิ้มเคารพนบนอบ “นับแต่คุณหนูหยุนซูเข้าพัก ก็มีถึงแปดตระกูลที่สอบถามข่าวของนางทั้งอย่างเปิดเผยและลับ ๆ แม้แต่สามีเอกของแม่ทัพเจิ้นเป่ยยังส่งคนมาสอบถามด้วยตนเอง
ทว่าคุณหนูหยุนซูมิได้พบผู้ใดเลย ส่วนหลีจวินก็ไม่ได้เปิดเผยเรื่องที่คุณหนูหยุนซูสนทนากับฝ่าบาทให้จวนแม่ทัพเจิ้นเป่ยทราบเพคะ”
“อืม!”
หนิงอันตี้ตรัสถามอย่างไม่ใส่ใจ “ยามนี้หยุนซูกำลังทำสิ่งใด?”
“ตั้งแต่คุณหนูหยุนซูกลับเข้ากุฏิ ก็ไม่เคยออกมาอีกเลย ได้ยินว่านางกำลังใช้แท่งถ่านประหลาดขีดเขียนอะไรบางอย่างลงบนกระดาษ
ส่วนเขียนสิ่งใดนั้น บ่าวเฒ่ายังไม่ทราบเพคะ”
“ให้คนจับตาดูนางให้ดี เรื่องอื่นไม่ต้องยุ่ง”
“เพคะ!”
โจวฝูรับคำอย่างนอบน้อม ก่อนเปลี่ยนชาร้อนถ้วยใหม่ด้วยตนเองแล้ววางไว้ข้างพระหัตถ์ของหนิงอันตี้ จากนั้นเอ่ยถามอย่างหยั่งเชิงว่า “ฝ่าบาท คุณหนูหยุนซูผู้นี้เป็นคนที่ฝ่าบาททรงตามหาจริงหรือเพคะ?
บ่าวเฒ่ามองดูแล้วก็ไม่เห็นมีสิ่งใดพิเศษเลยเพคะ”
ในสายตาของโจวฝู หยุนซูก็แค่โชคดี บังเอิญได้แต่งกับบุตรชายของแม่ทัพเจิ้นเป่ย แล้วยังโชคดีได้กระจกแก้วหลายบานมาถวายฝ่าบาท จึงได้รับความโปรดปรานอยู่บ้าง ตัวนางเองแท้จริงแล้วมิได้มีสิ่งใดโดดเด่น เหตุใดจึงเข้าตาฝ่าบาท ทั้งยังมีพระบัญชาให้พักในกุฏิติดกับห้องของฝ่าบาทด้วย
