บทที่ 4 หนูไม่มีพ่อกับแม่
ใกล้เที่ยง...
อาหารเดลิเวอรี่ถูกยกขึ้นมาบนโต๊ะ เหยียนจือรั่วกินไปพลาง สำรวจเด็กชายที่นั่งฝั่งตรงข้าม ก้มหน้าก้มตากินข้าวไปพลาง
แม้ตัวเธอเองจะเพิ่งขึ้นมัธยมปลายปีที่ห้า และเด็กนี่ก็กำลังจะขึ้นมัธยมต้นปีที่หนึ่ง
แต่เด็กคนนี้ ตัวเล็กกว่านักเรียนมัธยมต้นในโรงเรียนเห็น ๆ เลย ดูเป็นเด็กประถมสุด ๆ
เด็กชายกินเร็ว และกินหมดจดมาก เขามองพี่สาวสกุลเหยียนที่อยู่ตรงข้ามอย่างระมัดระวัง เตรียมใจอยู่นาน ถึงจะรวบรวมความกล้า พูดเสียงเบาว่า "ผมอิ่มแล้วครับ"
พูดจบ ก็รีบเก็บชามตะเกียบของตัวเองเหมือนหนี เข้าไปในครัว
เหยียนจือรั่วเบะปาก ไม่สนใจ อีกอย่างตอนนี้เธอรู้สึกหงุดหงิดใจอยู่บ้าง พูดง่าย ๆ ก็คือ ไม่อยากดูแลเด็ก
เด็กสาวที่กำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่น สิ่งที่กลัวที่สุด ก็คือการมีตัวถ่วงอยู่ข้างกาย แล้วยังไม่ใช่น้องชายแท้ ๆ ด้วย
พักกลางวันสักครู่หนึ่ง เมื่อเหยียนจือรั่วเก็บการบ้านของตัวเอง เปลี่ยนชุดออกไปข้างนอกเสร็จ เธอมาที่ห้องพักแขก
ตามความทรงจำของเธอ การเข้าโรงเรียนมัธยมต้นในเครือโรงเรียนมัธยมอวิ๋นเฉิงหนึ่ง นอกจากช่องทางพิเศษจากโรงเรียนประถมบางแห่งแล้ว เด็กที่มาจากพื้นที่อื่น จำเป็นต้องเอาการบ้านและผลการเรียนมาด้วย ตอนนั้นซินซินก็เป็นแบบนี้
เพียงแต่เด็กคนนี้ เป็นคุณตาจัดการให้เข้าเรียน งั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมาก
แต่เพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยากที่ไม่จำเป็น เธอก็ยังกะว่าจะให้เด็กนี่เตรียมของมาให้ดี อย่าให้ตัวเองต้องลำบาก
หลังจากกำชับไปรอบหนึ่ง หยางอวี้หนิงก็เก็บของอย่างคล่องแคล่ว ไม่นาน เขาก็เอาผลการเรียนปลายภาค รวมทั้งการบ้านปลายภาคบางส่วนออกมาจัดเรียง แล้วยื่นให้พี่สาวสกุลเหยียนอย่างระมัดระวัง
เดิมทีเหยียนจือรั่วนึกว่า การบ้านของเด็กตรงหน้าจะยุ่งเหยิงหมด ผลการเรียนก็คงดูไม่ได้ ถ้าเป็นแบบนั้นจริง เธอคงไม่มีหน้า พาไอ้ตัวดำนี่ไปโรงเรียนด้วย อายเกินไป
แต่พออ่านดู เหยียนจือรั่วก็รู้สึกแปลกใจ
การบ้านตอบติดขัด ผลการเรียนถึงแม้จะดูดี แต่คะแนนแบบนี้ ในโรงเรียนมัธยมต้นในเครือ ถือว่าอยู่ระดับล่าง ๆ
แต่...ลายมือ กลับเขียนได้สะอาดและประณีตมาก
ไม่ใช่ลายมือที่เหมือนไส้เดือนเลื้อยอย่างที่เธอคิดไว้
"อืม แล้วทะเบียนบ้านของเธอล่ะ"
เหยียนจือรั่ววางสมุดการบ้านลง มองไปยังเด็กชายที่หันไปก้มหน้าหยิบของในกระเป๋านักเรียน
รับทะเบียนบ้านที่เด็กชายยื่นให้ เหยียนจือรั่วเปิดดูคร่าว ๆ
อยู่ไกลเหมือนกัน เธอไม่เคยได้ยินชื่อที่นี่เลย แล้วยังเป็นหมู่บ้านอีก
หยางจื้อหย่วน เจ้าบ้าน น่าจะเป็นคุณตาของเด็กคนนี้
พลิกไปอีกหน้า ก็เป็นหน้าทะเบียนบ้านของเด็กคนนี้เลย
หยางอวี้หนิง
เหยียนจือรั่วขมวดคิ้วเล็กน้อย ในทะเบียนบ้านนี้ มีแค่เขากับคุณตาเขาสองคน?
"พ่อแม่เธอล่ะ"
หยางอวี้หนิงได้ยิน ก้มหน้ามองต่ำ พูดเบา ๆ ว่า "หนูไม่มีพ่อกับแม่ครับ"
ได้ยินประโยคนี้ เหยียนจือรั่วตะลึงไป เนิ่นนานต่อมา เธอปิดทะเบียนบ้าน "เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วตามฉันมา"
"ครับ"
ตอนออกจากบ้าน เหยียนจือรั่วกำชับป้าทำความสะอาดที่มาแล้วสองสามประโยค ก็พาเด็กบ้านนอกออกไป
ส่วนในบ้าน เธอไม่กังวล เพราะป้าทำความสะอาดคนนี้ ทำงานที่บ้านตระกูลเหยียนตั้งแต่แรก ๆ ถือเป็นผู้ใหญ่ที่รู้จักพื้นเพกันดี
ในแท็กซี่ เด็กชายมองตึกสูงใหญ่และการจราจรที่คับคั่งข้างนอกด้วยความสงสัย ดวงตากลมโตคู่หนึ่ง ราวกับอยากจะมองทุกสิ่งที่ผ่านไปให้หมด
มาถึงหน้าโรงเรียนมัธยมอวิ๋นเฉิงหนึ่ง ผู้คนขวักไขว่ แทบทั้งหมดเป็นวัยรุ่นชายหญิงที่แต่งตัวดูดีมีระดับ เพราะในโรงเรียน ได้แต่ใส่ชุดนักเรียน กฎการแต่งกายให้เป็นหนึ่งเดียว ทำให้วัยรุ่นเหล่านี้ ได้สวมเสื้อผ้าที่ตัวเองชอบ แสดงความหล่อความสวย และ...ความแตกต่าง ในช่วงเวลาไม่มากอย่างวันที่มารายงานตัวเปิดเทอม หรือวันหยุดสอบเท่านั้นเอง
แน่นอนว่าก็มีผู้ปกครองที่มาด้วยกันไม่น้อย
ถนนสองข้างทางที่ไม่ค่อยกว้างนัก จอดรถส่วนตัวเต็มไปหมด
และภาพแบบนี้ สำหรับเด็กชายที่เกิดในชนบท ก็เป็นความท้าทายครั้งใหญ่อย่างไม่ต้องสงสัย
"จือรั่ว จือรั่ว ทางนี้ ฉันอยู่ทางนี้"
ขณะนั้นเอง เสียงเรียกที่ฟังดูใส ๆ ดังขึ้น เหยียนจือรั่วไม่ต้องหันไปมอง ก็รู้ว่าใครเรียกเธอ
หยางอวี้หนิงมองตามเสียง ก็เห็นพี่สาวสวยคนหนึ่งสวมกระโปรงงาม หน้าเรียวกลม ตากลมโต วิ่งเหยาะ ๆ มา
เทียบกับเหยียนจือรั่วที่หน้ารูปไข่ รูปร่างสูงโปร่ง พัฒนาการดี เริ่มเป็นสาวแล้ว หวังซินหรานดูเหมือนยังไม่พ้นจากความไร้เดียงสาและแก้มยุ้ยแบบเด็ก ๆ
"โอ้โห? ไอ้ตัวดำนี่ใคร น้องชายเธอเหรอ"
หวังซินหรานมาถึงตรงหน้า มองเหยียนจือรั่วแวบหนึ่ง แล้วก็มองไปที่เด็กบ้านนอกที่ก้มหน้าไม่กล้ามองเธอ
"หลานเพื่อนร่วมรบคุณตาฉัน ไม่ใช่น้องชายฉัน ไปเถอะ ไปรายงานตัวก่อน"
หวังซินหรานมองสองคนนี้ ทั้งตัวใหญ่ตัวเล็กอย่างสงสัยอยู่นาน จนกระทั่งทั้งคู่เดินไปได้ระยะหนึ่งแล้ว เธอถึงได้รีบตามไป ติด ๆ เหยียนจือรั่ว พูดจ้อเรื่องช่วงปิดเทอม
เหยียนจือรั่วก็ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง สายตาคอยดูแลเจ้าหางน้อยที่อยู่ข้างหลังอย่างไม่ให้รู้ตัว กลัวเดินหลง แล้วตัวเองต้องเสียเวลาตามหา
หยางอวี้หนิงก็เดินตามหลังพี่สาวสองคนเงียบ ๆ ไม่พูดอะไร ไม่มองอะไรเรื่อยเปื่อย
เพราะเขาสัมผัสได้ ถึงสายตาของผู้คนรอบข้างที่จ้องมองมา นั่นทำให้เขาตื่นเต้นมาก
มาถึงตึกเรียนของชั้นมัธยมปลายปีที่ห้า เหยียนจือรั่วคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ไม่ให้หยางอวี้หนิงตามขึ้นตึกไปด้วย จะว่าไปแล้ว เธอรู้สึกว่ามันอาย ๆ นิดหน่อย ไม่อยากให้เพื่อนในห้องรู้ว่า เธอมีเจ้าตัวดำเด็กบ้านนอกคอยตามติด
"รอฉันอยู่ตรงนี้ อย่าเดินไปไหน เข้าใจไหม"
"ครับ"
หยางอวี้หนิงพยักหน้าอย่างว่าง่าย นั่งลงบนม้ายาวใต้ต้นไม้ใหญ่ ในอ้อมแขนกอดแฟ้มเอกสารที่ใส่สมุดการบ้าน ผลการเรียน และทะเบียนบ้าน
เดิมทีเขาอยากแบกกระเป๋าอุลตร้าแมนสุดรักมาด้วย แต่พี่สาวสกุลเหยียนไม่ยอม
มองตามพี่สาวสองคนเข้าไปในตึกเรียน หยางอวี้หนิงถึงได้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย สำรวจโรงเรียนที่ใหญ่มากและคนเยอะมากนี้
"จือรั่ว เด็กนั่นดูว่านอนสอนง่ายมากเลยนะ ดูเชื่อฟังดี"
ทักทายกับเพื่อน ๆ ที่มารายงานตัว หวังซินหรานพูดพลางหัวเราะ
เหยียนจือรั่วกลอกตา "หวังว่าเขาจะเชื่อฟังจริง"
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เมื่อหวังซินหรานเดินออกมาพร้อมสีหน้าทุกข์ทรมาน เพื่อนรักทั้งสองถึงได้เสร็จสิ้นการรายงานตัว
"จือรั่ว เธอว่า พี่จางรู้ได้ไงว่าฉันลอก"
หวังซินหรานกุมหน้า ทุกข์ระทมอย่างบอกไม่ถูก เพราะเธอได้รับโบนัสเป็นข้อสอบสิบชุด ต้องทำให้เสร็จภายในสามวัน
"เฉลยที่ฉันส่งให้เธอ เธอคงไม่ได้ลอกทั้งหมดใช่ไหม"
หวังซินหรานได้ยิน ก็ยิ้มแหย ๆ "แหะ ๆ... เธอก็รู้ คณิตฉันมันแย่มากนี่นา แล้วก็การอ่านภาษาอังกฤษ ก็นะ"
เหยียนจือรั่วเห็นดังนั้น ก็เคืองเหมือนเหล็กไม่เป็นเหล็กกล้า "บอกเธอแล้วไง ให้ดูเป็นแนวทาง แนวคิดการแก้โจทย์ของฉันมันง่าย เธอกล้าลอกไปได้ไง ส่วนการอ่านภาษาอังกฤษ ช่างเถอะ ตอนนี้พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ กลับบ้านไปทำข้อสอบดี ๆ เถอะ"
"อร๊ายยยย~~~ ฉันอุตส่าห์เขียนการบ้านปิดเทอมมาจนเสร็จนะ!"
เหยียนจือรั่วไม่สนใจเสียงคร่ำครวญของหวังซินหราน มาถึงชั้นล่าง มองไปที่ม้ายาวใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นเมื่อกี้ ตอนนี้มีเพื่อนนักเรียนบางกลุ่มที่เธอรู้สึกว่ายุ่งยากนิดหน่อยยืนล้อมอยู่
"เจ้าตัวเล็ก เรียกพี่สาวสักคำสิ เดี๋ยวพี่ให้ขนมนะ ดีมั้ย"
"ฮี่ ๆ... ไอ้ตัวดำนี่ ดำก็จริง แต่ดวงตาดูดีมากเลยนะ"
"ว่าไง... แกล้งเขาดีมั้ย"
เด็กสาวแต่งตัวดี แต่งหน้าทาปากสวยงามหลายคนยืนล้อมอยู่ที่ม้ายาว พากันพูดจาจับผิดเด็กชายที่หดตัวก้มหน้าซบเข่าอยู่บนม้านั่ง สนุกสนานกันใหญ่
ขณะที่เด็กสาวคนหนึ่งกำลังจะยื่นมือไปจับเด็กชายให้ลุกขึ้นอย่างแรง มือเรียวข้างหนึ่งก็กดข้อมือเธอไว้
"อ้าว? ทำอะไรน่ะ!"
เด็กสาวคนนั้นไม่พอใจ จ้องคนที่จู่ ๆ ก็โผล่มา เมื่อเห็นใบหน้าที่สวย แต่เจือความเย็นชา ท่าทางของเด็กสาวคนนั้นก็อ่อนลงทันที
"มึงทำอะไร"
เหยียนจือรั่วถลึงตาใส่เด็กสาวคนนั้น แล้วกวาดสายตามองเด็กสาวที่เหลือ
ไม่ว่าโรงเรียนไหน ต่อให้มีคุณภาพครูอย่างไร เป็นโรงเรียนที่ยอดเยี่ยมแค่ไหน ก็หนีไม่พ้น... นักเรียนที่ไม่ดี
และสองสามคนนี้ ในกลุ่มชั้นมัธยมปลายปีที่ห้า ก็ยิ่งเป็นนักเรียนสาวแสบที่ออกชื่อ
ชุดนักเรียนดัดแปลง แต่งตัวดีเลิศ มีแต่ของแบรนด์เนมทั้งตัว
ชอบไปมั่วสุมกับพวกนักเลงนอกโรงเรียน พวกนั้นทีละคน ๆ หัวห้าสีไม่พอ ชุดรัดติ้วน่าเกลียดน่าชัง
ขี่มอเตอร์ไซค์มาอย่างกับฮ่องเต้เสด็จ กลัวคนเดินถนนสองข้างทางจะไม่คุกเข่าคำนับให้
"โอ๊ะ คุณหนูเรียนเก่งเหยียนปีห้าของเรานี่นา ไงล่ะ เจ้าดำนี่น้องชายเธอเหรอ"
เด็กสาวคนหนึ่งที่ย้อมผมสีทอง ดูดี แต่งหน้าสวย หัวเราะเยาะ กอดอก ทำท่าไม่เป็นมิตรกับเหยียนจือรั่วที่ความสวยไม่แพ้เธอ เรียนเก่งกว่าเธอ ในโรงเรียนเป็นที่รักใคร่ เป็นนักเรียนดีที่ครูพูดถึงปากต่อปาก
เหยียนจือรั่วสะบัดมือเด็กสาวคนนั้น คว้าแขนหยางอวี้หนิงแล้วพูดว่า "ไป"
หยางอวี้หนิงรีบกอดแฟ้มเอกสารที่เกือบหลุดมือ ก้มหน้าเดินตาม
"ฮึ... เป็นน้องชายเธอจริง ๆ ด้วย หน้าตาน่าเกลียดจริง"
เด็กสาวผมทองหัวเราะเยาะ น้ำเสียงไม่ปิดบังการเยาะเย้ย
หวังซินหรานรีบดึงหยางอวี้หนิงไว้ มองเหยียนจือรั่วด้วยความเป็นห่วง พูดตามตรง เธอก็ไม่ชอบใจพวกเด็กสาวนักเลงพวกนี้ แต่เพราะเธอใจไม่กล้า อยากช่วย แต่ก็ไม่กล้าพูด
"จือรั่ว เราไปเถอะ"
เหยียนจือรั่วหันกลับมามองเด็กสาวคนนั้น แล้วพูดเรียบ ๆ ว่า "ไม่ได้เจอกันแค่ปิดเทอมนึง วิวัฒนาการจากผีสาวเป็นสิงโตตัวเมียแล้วเหรอ อ้อ ฉันเกือบลืมไป สิงโตตัวเมียไม่มีแผงคอนี่นา"
พูดจบ ก็หมุนตัวจากไป
ทิ้งให้เด็กสาวผมทองยืนตัวสั่นด้วยความโกรธอยู่ที่เดิม
ในโรงเรียน เหยียนจือรั่วเดินนำหน้า หวังซินหรานจูงหยางอวี้หนิงเดินตามหลัง ตลอดทางสั้น ๆ นี้ เธอเพิ่งสังเกตว่าเจ้าเด็กดำนี่ ถึงผิวจะคล้ำไปหน่อย แต่ดวงตานี่สวยมาก เป็นตาดำแบบที่เธอชอบ รูปตาถึงจะดูเด็กยังไม่โต แต่แค่มองแววตาบริสุทธิ์นั่น ก็ดูมีชีวิตชีวามาก ขนตาก็ยาวด้วยนะ
แล้วหลังจากเรื่องเมื่อกี้ เธอยังรู้สึกว่าเจ้าเด็กดำนี่น่าสงสาร ด้วยจิตใจที่อ่อนโยน เธอว่าเธอจูงมือไว้ดีกว่า เพราะดูไปดูมาแล้ว จือรั่วดูจะไม่ค่อยชอบเด็กคนนี้ เฮ้อ...
"จือรั่ว กลับบ้านเหรอ หรือเราไปเดินเที่ยวข้างนอกกัน ฉันเห็นเสื้อตัวนึงถูกใจมากเลยนะ"
หวังซินหรานถาม โดยไม่ทันสังเกตสีหน้ากระอักกระอ่วนของเจ้าตัวดำข้างกาย
เหยียนจือรั่วพูดอย่างจนใจ "ต้องพาเขาไปรายงานตัวก่อน เสร็จแล้วต้องรีบพากลับบ้าน ไม่มีเวลา"
"หา?! ไอ้ตัวดำต้องรายงานตัวเหรอ ที่นี่น่ะนะ ไม่ใช่ ม.ปลายนะ"
"มัธยมต้น ม.หนึ่ง"
"หา? ไอ้ตัวดำจบประถมแล้วเหรอ"
ได้ยินดังนั้น หวังซินหรานมองเจ้าตัวดำข้างกายที่ก้มหน้ามองทางเดิน สีหน้าเหลือเชื่อเต็มที
......