“การจัดการของอวี้เหนียง ดูท่าจะมีเหตุผลอยู่จริง ๆ”
หลี่เฉิงเฟิงแบกเสบียงเดินจากไปไกลแล้ว เขาหันกลับไปเหลือบมองเงาร่างของเด็กหนุ่มสองคนที่พาดแขนโอบไหล่กันจากไป ก่อนส่ายหน้า เมื่อนึกถึงชีวิตอันยากลำบากของพวกเขา แววตาก็ฉายความเวทนาขึ้นมาวูบหนึ่ง
แต่พอคิดถึงแผนการของหลิวอวี้เหนียงแล้ว เขาก็อดรู้สึกยินดีไม่ได้ โชคดีที่เป็นเขาซึ่งข้ามภพมาแทน มิฉะนั้น ต่อให้มีเงินก้อนนี้ เจ้าของร่างเดิมก็คงถูกสองคนนั่นลากไปดื่มสุราและเล่นพนันจนผลาญเงินหมดเกลี้ยง
สุดท้ายคงเหลือแต่ตัวเปล่า เผลอ ๆ กระทั่งข้าวยังไม่มีจะกิน
“เจ้าของร่างเดิมกับเด็กหนุ่มพวกนี้ล้วนเป็นชาวบ้านชั้นล่างที่ซื่อสัตย์สุจริต ดื่มสุราก็ว่าไปอย่าง เหตุใดถึงได้ติดนิสัยเสียอย่างการพนันกัน?”
หลี่เฉิงเฟิงนึกสงสัยอยู่บ้าง แต่พอลองคิดดู ต้นตอของเรื่องทั้งหมดดูเหมือนจะมาจากพวกคนงานรับจ้างของตระกูลเจิ้ง เขาพลันตระหนักถึงบางอย่าง ความเย็นเยียบแผ่ซ่านในใจ
‘หรือคนตระกูลเจิ้งจงใจชักนำพวกเขากัน? จะได้ไม่มีเงินไปตลอด ต้องทำงานค่าแรงถูกให้พวกนั้นไปเรื่อย ๆ สุดท้ายก็ถูกบีบให้กู้หนี้ยืมสิน กระทั่งขายตัวเป็นทาส...’
ความคิดอันเหลือเชื่อผุดขึ้นในใจหลี่เฉิงเฟิง แต่เมื่อนึกถึงวิธีการที่พวกเจ้าที่ดินใช้กันมาแต่ไหนแต่ไร เขากลับรู้สึกว่าเรื่องนี้ก็สมเหตุสมผล ร่างชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนแบกเสบียงของตนเดินจากไปเงียบ ๆ
ไม่ว่าผู้อื่นจะล่อลวงอย่างไร การกระทำเหล่านี้ก็ยังเป็นทางเลือกของพวกเขาเอง ไม่ว่าจะสมัครใจหรือถูกบีบบังคับ เรื่องก็เป็นเช่นนี้ไปแล้ว
เรื่องของผู้อื่น ตอนนี้เขาไม่มีใจและไม่มีเรี่ยวแรงพอจะเข้าไปเปลี่ยนแปลง
ช่างเถิด ปล่อยให้ผู้อื่นเลือกชะตาของตนเอง...
หลี่เฉิงเฟิงคิดในใจ พลางเร่งฝีเท้าแบกเสบียงกลับบ้าน
