เจียงเฉิงเป่ย์เคอะเขินอยู่แล้ว จู่ ๆ ก็ถูกพนักงานขายจี้ถาม ตอนนี้ไม่กล้าแม้แต่จะมองผ้าผืนบางนั้น
ในหัวมีแค่สี่คำ——สั่นไหวไปมา
เขาพลันนึกถึงวันนั้นในกระท่อมมุงฟาง ภาพคลื่นน้ำที่ซัดส่ายบนหน้าอกของสาวน้อยตรงหน้า…
รู้ตัวว่ากำลังคิดอะไรอยู่ เจียงเฉิงเป่ย์รีบเก็บกดจิตใจที่ไม่ควรล่องลอย พยายามพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
"ฟังว่าที่ภรรยาผม"
เห็นเขาไม่ตกลงซื้อ พนักงานขายก็ผิดหวังอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้ต่อ
"ได้ งั้นขออวยพรให้ทั้งคู่สุขสันต์วันแต่งงานล่วงหน้านะคะ"
"ขอบคุณ"
หนิงซีและเจียงเฉิงเป่ย์สบตากันยิ้ม ๆ กล่าวขอบคุณแล้วก็เดินออกไป
หลังจากนั้นหนิงซีเลือกซื้อผ้าสีขาวเนื้อนุ่มมาผืนหนึ่ง ตั้งใจจะลองเย็บชุดชั้นในใช้เองสักสองชุด
ลงมาที่ชั้นหนึ่ง เจียงเฉิงเป่ย์แวะเคาน์เตอร์ลูกกวาด ชั่งลูกอมผลไม้รวมสองชั่ง เพื่อไว้แจกแขกในงานแต่ง
ซื้อเหล้าและบุหรี่มาบ้าง
เดินผ่านเคาน์เตอร์ขนม เขายังอยากซื้อขนมถั่วเขียวให้หนิงซี
หนิงซียกมือห้าม
"ขนมเปี๊ยะและบิสกิตที่ซื้อคราวก่อนยังกินไม่หมดเลย เราไปเดินแผนกเครื่องเขียนกันดีกว่า ฉันอยากซื้อของขวัญให้เสี่ยวอวี้"
ช่วงนี้เธอกับเสี่ยวอวี้อยู่ด้วยกันแล้วสนุกสนาน
พอแต่งงานก็ต้องออกจากหมู่บ้าน กว่าจะได้เจออีกทีอย่างน้อยก็หลายเดือน ให้ของขวัญก็เท่ากับฝากความคิดถึงไว้กับเจ้าหนูที่คอยแก้เหงาให้เธอ
"ได้"
เจียงเฉิงเป่ย์ไม่มีทางไม่ตกลง
สำหรับหลานแท้ๆ อย่างเสี่ยวอวี้ เขาก็รักมากเช่นกัน
