หลี่ซิ่วอิงหูดีราวกับเรดาร์ สายตาดุจมีดคมตวัดไปที่สวี่เจียวเจียวทันที
“เมื่อกี้แกพูดว่าใครเจ้าเล่ห์กันแน่”
สวี่เจียวเจียวสะดุ้ง รีบแก้ตัวอย่างตะกุกตะกัก “ขะ...ข้าพูดถึงญาติผู้พี่สาวข้าเอง”
สวี่ชิงชิง: ……
ไอ้ตัวป่วนนี่มัน
หลี่ซิ่วอิงไม่สนใจสวี่เจียวเจียว หน้านิ่งพูดว่า “เดี๋ยวน้องซีซีจะสาธิตให้ดู จำเป็นต้องมีคนเป็นแบบ สวี่เจียวเจียว แกพูดมากนัก งั้นแกมาเป็นแบบซะ”
“ข้าไม่เอาด้วยหรอก”
“ไม่เอาด้วยแล้วเมื่อกี้แกพล่ามหาพระแสงอะไรนักหนา”
สวี่เจียวเจียว: ……
ไม่กี่นาทีต่อมา นางก็ได้กลายเป็น “ผู้ประสบภัย” อย่างสมบูรณ์แบบ
หนิงซียิ้มอย่างใจดีเป็นพิเศษ “ฉันจะเริ่มแล้วนะ”
สวี่เจียวเจียว: อยากวิ่งหนีอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็หนีไม่พ้น
จากนั้น นางก็ได้สัมผัสว่าอะไรคือปลาที่อยู่บนเขียง หนิงซีคือเขียงอันนั้น ไม่สิ ต้องเรียกว่าโจร หนิงซีคือโจร และนางคือปลาตัวน้อยอ่อนแอไร้ทางสู้บนเขียง
ไม่รู้เลยว่าหญิงคนนี้กินอะไรถึงได้โตมาเช่นนี้
ดูภายนอกอ่อนแอบอบบาง แต่แรงมือหนักยิ่งกว่าใคร
มือนั้นกดลงบนท้องนางทีแล้วทีเล่า รัดจนพุงที่อวบอยู่แล้วป่องขึ้นอีกชั้น ข้าวที่กินเมื่อเช้าแทบจะทะลักขึ้นมาถึงลำคอ
“ห...หนิงซี นี่เจ้ากำลังใช้โอกาสนี้ล้างแค้นส่วนตัวอยู่รึเปล่า”
หนิงซีทำหน้าจริงจัง
“ฉันเป็นคนอย่างนั้นรึ ฉันมีเรื่องก็สะสางกันต่อหน้าเลยสิ ทุกคนดูให้ดี ฉันจะทวนอีกรอบนะคะ ก็คือทำแบบนี้ กำมือหนึ่งข้างไว้ แล้วใช้มืออีกข้างประกบกำปั้น กระแทกเข้าด้านในขึ้นบนอย่างเร็ว แรงกระแทกต้องเพียงพอ... ทุกคนเข้าใจกันรึยังคะ”
“ยังไม่เข้าใจเหรอ ไม่เป็นไรค่ะ เรามาฝึกกันอีกสักสองสามรอบ”
สวี่เจียวเจียว: ฆ่านางทีเถอะ
