ความเจ็บป่วยที่ทรมาน หนี้สินที่ถาโถม และโรงงานกระดาษที่ปฏิเสธ—แรงกระแทกทั้งสามประดังเข้ามาราวกับภูเขาสามลูก กดเฉียวหยวนเฉาจมดินจนแทบหายใจไม่ออก
เขาขดตัวอยู่ในบ้าน นอนบนเตียงเตา ไม่ร้องไห้ ไม่ยิ้ม ไม่พูด ไม่ทำอะไรทั้งนั้น ดวงตาทั้งสองจ้องคานบ้านนิ่ง ๆ ตลอดทั้งวัน จ้าวชิวเยว่ยกข้าวมาให้ เขาก็ตักกินสองคำแล้ววางลง ร่างกายผอมลงอย่างเห็นได้ชัด โหนกแก้มปูดนูน เบ้าตาลึกโหล
จ้าวชิวเยว่เห็นแล้วก็ร้อนใจ แต่ไม่รู้จะพูดอะไรดี เธอพูดไม่เก่ง ปลอบคนก็ไม่เป็น ทำได้แค่เปลี่ยนเมนูอาหารไปเรื่อย วันนี้นวดเส้นก๋วยเตี๋ยว พรุ่งนี้นึ่งซาลาเปา มะรืนทำแป้งแผ่นทอด แตเฉียวหยวนเฉากินไม่ลง กินไปสองคำก็เลื่อนชามออก บอกว่า “อิ่มแล้ว”
บ่ายวันนั้น จ้าวชิวเยว่กำลังถอนหญ้าในไร่ จู่ ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่ารีบร้อนออกจากบ้านจนลืมหมักแป้ง ตอนเย็นจะนึ่งหมั่นโถว ต้องเตรียมแป้งไว้ก่อน เธอคว้าจอบขึ้นบ่าแล้วรีบกลับบ้าน
เมื่อผลักประตูรั้วคอกม้าเข้าไป ข้างในก็เงียบสนิท
จ้าวชิวเยว่ถือกะละมังแป้งตรงไปยังห้องใหญ่เพื่อไปตักแป้ง แต่พอเข้าไปในห้องใหญ่ วิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง
เฉียวหยวนเฉายืนอยู่บนเตียงเตา มือกำเชือกป่านเส้นหนึ่ง กำลังโยนมันขึ้นไปคล้องคานบ้าน เขาอ่อนแรง แขนไม่มีเรี่ยวแรง โยนอยู่หลายครั้งก็ไม่สำเร็จ เชือกห้อยลงมา เขาก็ก้มเก็บแล้วโยนขึ้นไปใหม่
เขากำลังจะผูกคอตาย!
“เฉียวหยวนเฉา!” จ้าวชิวเยว่ร้องลั่นแล้วพุ่งเข้าไป กระชากเชือกออกจากมือเขา “ทำอะไรน่ะ? จะทำอะไร?”
เฉียวหยวนเฉาถูกเธอกระชากจนเซ เกือบล้มลง เขาไม่พูดอะไร น้ำตาไหลอาบแก้มราวกับเขื่อนแตก
