ทุกคนเงยหน้าขึ้น มองตามตำแหน่งที่เฟิ่งชิงเหอชี้ไป แล้วก็เห็นไข่มุกวิญญาณเม็ดมหึมาซึ่งถูกคาบไว้โดยรูปสลักมังกรสี่ตัว
มันคือแกนกลางที่คอยขับเคลื่อนค่ายกลของโถงประชุมทั้งหลัง
ไข่มุกวิญญาณเม็ดนี้มีพลังเทียบเท่าผู้แข็งแกร่งในขอบเขตแปรเทพที่อยู่ในสภาวะสูงสุดคนหนึ่ง
นางกล้าเอ่ยปากขอจริง ๆ
แต่พอคิดว่านางจะเข้าไปในคลังสมบัติตระกูลเจียง ก็รู้สึกว่าขอไข่มุกวิญญาณสักเม็ดไม่เห็นเป็นไร
ยิ่งกว่านั้น เมื่อไข่มุกวิญญาณตกอยู่ในมือเฟิ่งชิงเหอ สำหรับพวกเขาก็นับเป็นเรื่องดี
ไข่มุกวิญญาณที่วางอยู่ในโถงใหญ่ ต่อให้คิดอยากได้ก็ไม่มีทางตกถึงมือพวกเขา
แต่หากของชิ้นนั้นกลายเป็นของเฟิ่งชิงเหอ พวกเขาก็มีวิธีนับไม่ถ้วนที่จะเอามันมา...
「ท่านพ่อ ในเมื่อพี่หญิงอยากได้ ก็ยกให้นางเถิด」
เจียงหมิงหยวนสีหน้าเย็นชา ยกมือขึ้น ไข่มุกวิญญาณที่เหมือนกันทุกประการเม็ดหนึ่งก็ลอยค้างอยู่ตรงหน้าเฟิ่งชิงเหอ
เฟิ่งชิงเหอยิ้มอย่างจริงใจแล้วกล่าวว่า 「ขอบคุณท่านประมุข ท่านประมุขพอจะมอบถุงเก็บของให้อีกใบได้หรือไม่ ของชิ้นนี้ข้าพกพาไม่สะดวก」
เจียงหมิงหยวนจึงนึกขึ้นได้ว่า หลังจากบุตรสาวคนนี้เข้าไปอยู่ในหอวินัย สิ่งของที่ใช้เก็บของติดตัวนางล้วนถูกส่งมาอยู่ในมือเขา
ไม่นาน ถุงเก็บของใบหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเฟิ่งชิงเหอ
บนถุงยังมีกลิ่นอายของนางอยู่
เฟิ่งชิงเหอเหลือบมองแหวนเก็บของที่เจียงชิงซูสวมอยู่ ความรู้สึกขมขื่นผุดขึ้นในใจ ณ ชั่วขณะนี้ นางสัมผัสได้อย่างแท้จริงถึงความน้อยเนื้อต่ำใจของเจ้าของร่างเดิม
ในเวลาเดียวกัน เฟิ่งชิงเหอก็รู้สึกว่าดวงวิญญาณกับร่างกายหลอมรวมเข้ากันอย่างสมบูรณ์
นางยังได้รับความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมด้วย
ภาพแล้วภาพเล่าผุดผ่านไปพร้อมกับความทรงจำ
เจียงชิงซูใส่ใจนาง มอบของให้นาง ช่วยเรียกร้องความเป็นธรรมให้นาง...
ภาพระหว่างพี่น้องที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและรักใคร่ชัด ๆ กลับทำให้เฟิ่งชิงเหอรู้สึกหนาวเยือกในใจ
เพราะนางมองเห็นเล่ห์กลที่ซ่อนอยู่ใต้ความอบอุ่นนั้น
ทุกครั้งที่เจียงชิงซูมอบบางสิ่งให้นาง เขาย่อมเอาของอย่างหนึ่งจากนางไปเป็นการตอบแทน
แม้ของที่เขาเอาไปจะไม่ได้มีค่ามากมายก็ตาม
แต่เฟิ่งชิงเหอก็ยังรู้สึกไม่สบายใจ
เฟิ่งชิงเหอยังพบสาเหตุที่เจ้าของร่างเดิมเปลี่ยนแซ่มาใช้แซ่เฟิ่งจากความทรงจำของนางด้วย
เจ้าของร่างเดิมไม่เคยได้รับความรักจากบิดามารดา หรือความรักจากผู้ใหญ่ตั้งแต่เล็ก จึงไม่ได้รู้สึกผูกพันกับตระกูลเจียงมากนัก
เจ้าของร่างเดิมใฝ่ฝันถึงโลกภายนอกมาโดยตลอด
ยิ่งไปกว่านั้น นางยังชื่นชอบเผ่าหงส์อันทรงพลังในภาพวาดโบราณ
เมื่อเจ้าของร่างเดิมอายุเจ็ดขวบ นางบังเอิญได้สมบัติล้ำค่าชิ้นหนึ่งมา แล้วใช้สมบัตินั้นแลกกับสิทธิ์ในการเปลี่ยนแซ่
ท้ายที่สุด บรรพชนตระกูลเจียงยังต้องออกหน้าด้วยตนเอง
เรื่องนี้จึงได้ข้อสรุปอย่างเด็ดขาด
เฟิ่งชิงเหออ่านความทรงจำทั้งหมดจบแล้วก็ยังไม่เข้าใจ เหตุใดบรรพชนตระกูลเจียงจึงยอมให้เจ้าของร่างเดิมเปลี่ยนแซ่?
สิ่งที่เจ้าของร่างเดิมได้มานั้น...
นางกลับมองไม่เห็นว่ามันคืออะไรในความทรงจำ
「พี่หญิง นี่ให้เจ้า」เจียงชิงซูถอดแหวนเก็บของที่เฟิ่งชิงเหอเหลือบมองเมื่อครู่ออก แล้วยื่นให้ตรงหน้า
เฟิ่งชิงเหอไม่รับ
ในความทรงจำ ทุกครั้งที่เจ้าของร่างเดิมรับของจากเจียงชิงซู นางจะโชคร้ายเป็นพิเศษ
อีกอย่าง ในคลังสมบัติตระกูลเจียงจะขาดแหวนเก็บของได้อย่างไร
เทียบกับของที่คนอื่นมอบให้ ของที่ฉันหยิบมาเองย่อมใช้แล้วสบายใจกว่า
「เก็บไว้เองเถิด」เฟิ่งชิงเหอใส่ไข่มุกวิญญาณลงในถุงเก็บของ แล้วหันหลังเดินออกจากโถง
เจียงชิงซูจ้องแผ่นหลังของเฟิ่งชิงเหอ มือกำผ้าเช็ดหน้าที่เปื้อนเลือดแน่นขึ้นเล็กน้อย
ทั้งที่ขาดอีกเพียงนิดเดียว เหตุใดถึงทำไม่สำเร็จเสียที?
หรือเขาให้ยังไม่มากพอ?
——————
คลังสมบัติตระกูลเจียงมีทั้งหมดเก้าชั้น
แต่ละชั้นกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต
เฟิ่งชิงเหอผ่านค่ายกลทีละชั้น พอก้าวเข้าไปในคลังสมบัติ แสงจากสมบัติล้ำค่ามากมายก็แทบทำให้นางตาพร่า
ขณะเดียวกัน เฟิ่งชิงเหอก็ได้ยินเสียงส่งกระแสจิตประโยคหนึ่ง
「สิ่งของทุกชิ้นในคลังสมบัติมีข้อห้ามเฉพาะ หากแตะต้องตามใจ ค่ายกลสะท้อนกลับจะทำงาน ทั้งค่ายกลผนึกก็จะเริ่มทำงานตามไปด้วย คุณหนูชิงเหอจำได้หรือไม่?」
ทว่าเฟิ่งชิงเหอไม่มีอารมณ์จะตอบ
เฟิ่งชิงเหอราวกับคนที่หิวโหยมาเนิ่นนาน แล้วในที่สุดก็ได้เห็นอาหาร ดวงตาเป็นประกายวาววับ
มุมปากของนางยกขึ้นแล้วลดลง ก่อนจะยกขึ้นอีกครั้งไม่หยุด...
เฟิ่งชิงเหอแทบไม่กล้าจินตนาการว่า หลังออกจากตระกูลเจียงแล้ว ชีวิตจะดีงามเพียงใด
น่าเสียดายที่ไม่มีทางขนทุกอย่างไปได้
นางยังต้องเหลือพลังแห่งความว่างเปล่าไว้ใช้เคลื่อนย้ายออกไป
ดังนั้นจึงต้องเลือกเอาบางส่วน
มีเวลาเพียงสองเค่อ เฟิ่งชิงเหอไม่กล้าเสียเวลา
นางรีบขึ้นไปยังชั้นสองของคลังสมบัติ สำรวจอย่างรวดเร็วครู่หนึ่ง แล้วเดินหน้าขึ้นไปต่อ
ทว่าเมื่อนางก้าวขึ้นบันไดขั้นที่นำไปสู่ชั้นห้า ก็พบกับแรงต้าน
「คุณหนูชิงเหอ ชั้นบนมีเพียงประมุขกับผู้อาวุโสตระกูลเท่านั้นที่ขึ้นไปได้」ผู้พิทักษ์คลังสมบัติส่งเสียงเตือนผ่านกระแสจิตเท่านั้น มิได้ปรากฏตัว
จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร!
ฉันยังต้องกอบโกยของชิ้นใหญ่ให้ได้อีก!
เฟิ่งชิงเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า 「ประมุขบอกแล้วว่าข้าจะเดินชมคลังสมบัติตระกูลเจียงได้ตามใจเป็นเวลาสองเค่อ พวกท่านคิดขัดคำสั่งประมุขหรือ?」
ครู่ต่อมา แรงต้านตรงหน้าเฟิ่งชิงเหอก็หายไป
เฟิ่งชิงเหอเดินขึ้นไปต่อ บนชั้นห้ามีสมบัติล้ำค่าน้อยลง แต่กลับล้ำค่ากว่าเดิม
เฟิ่งชิงเหอไม่ได้หยุดอยู่ที่ชั้นห้า
ถ้าจะเอา ก็ต้องเอาของที่ดีที่สุด
ผู้พิทักษ์เหล่านี้ไม่มีทางปล่อยให้นางลงมือเป็นครั้งที่สอง
นางลงมือได้เพียงครั้งเดียว
จากนั้นก็ต้องเคลื่อนย้ายออกไปทันที
ด้วยพลังในตอนนี้ ต่อให้มีศิลาว่างเปล่าช่วยเหลือ นางก็เก็บกวาดสิ่งของได้เพียงสามชั้นในคราวเดียว
เช่นนั้นก็ต้องเลือกสามชั้นบนสุด
เมื่อเฟิ่งชิงเหอก้าวขึ้นบันไดที่นำไปสู่ชั้นแปด นางก็พบกับแรงต้านอีกครั้ง
เสียงส่งกระแสจิตของผู้พิทักษ์ดังขึ้นอีกหน 「คุณหนูชิงเหอ ชั้นแปดกับชั้นเก้ามีม่านพลังพิเศษ พวกเราเองก็ไม่เคยขึ้นไปถึง ประมุขกล่าวว่า หากท่านเปิดมันได้ ก็ขึ้นไปเองได้」
ดี ดี ดี!
ที่แท้ก็วางแผนรอนางอยู่ตรงนี้!
หากไม่ได้ของจากสองชั้นบนสุด นางคงไม่ยอมแน่
แต่เวลาที่เหลือมีไม่มากแล้ว
ควรพอแค่นี้หรือ?
หรือหาทางเปิดม่านพลังดี?
แทบจะในทันทีที่ความคิดผุดขึ้นมา เฟิ่งชิงเหอก็รู้คำตอบของตัวเอง
ตาชั่งในใจเอนวูบไปทางความโลภอย่างรุนแรง
มาแล้วทั้งที
จะทิ้งความเสียดายไว้ได้อย่างไร?
เฟิ่งชิงเหอหยิบไข่มุกวิญญาณออกมาโดยตรง แล้วใช้พลังภายในเปิดม่านพลัง
ฉันบอกแล้วไงว่าอ่านหนังสือเยอะมีประโยชน์!
นี่ก็ได้ใช้แล้วไม่ใช่หรือ?
เฟิ่งชิงเหอเข้าไปยังชั้นแปดได้สำเร็จ
สิ่งแรกที่เห็นคือภูเขาเล็ก ๆ หลายสิบลูกที่ก่อขึ้นจากไข่มุกวิญญาณ
เลือดทั่วกายเฟิ่งชิงเหอเดือดพล่าน
พลังวิญญาณสำหรับบำเพ็ญจนถึงขอบเขตแปรเทพก็อยู่ตรงหน้านี่แล้ว!
เฟิ่งชิงเหอยังเห็นกล่องพิเศษอีกมากมาย
นางไม่เสียเวลาตรวจสอบสมบัติในกล่องทีละใบ
อย่างไรเสียก็เป็นของฉัน ไว้ค่อย ๆ ดูทีหลังก็ได้
ตอนนี้ควรไปดูชั้นเก้าก่อน
เมื่อเฟิ่งชิงเหอก้าวขึ้นบันไดที่นำไปสู่ชั้นเก้า ฝีเท้าพลันชะงัก สายตาหยุดลงตรงข้างภูเขาแร่เหล็กดำลูกหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป
แถวนั้นมีกลิ่นอายของค่ายกลเคลื่อนย้าย...
เช่นนั้นภูเขาแร่เหล็กดำเหล่านี้ถูกเคลื่อนย้ายมาโดยตรงหรือ?
ถ้าอย่างนั้น ฉันใช้ค่ายกลพวกนี้หนีออกไปได้หรือเปล่า?
หลังผู้พิทักษ์คลังสมบัติพบว่าเฟิ่งชิงเหอขึ้นไปถึงชั้นแปด พวกเขาตกตะลึงอยู่นานกว่าจะได้สติ
พวกเขาพิทักษ์คลังสมบัติมาหลายปี แต่ยังไม่มีสิทธิ์ขึ้นไปชั้นแปด
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเปิดม่านพลังที่นำไปสู่ชั้นแปด
คุณหนูชิงเหอขึ้นไปได้ ย่อมเป็นเพราะประมุขสั่งการไว้แน่นอน
หรือที่ประมุขแสดงท่าทีไม่ใส่ใจคุณหนูชิงเหอ ก็เพื่อให้คนนอกเห็นอย่างนั้นหรือ?
เหล่าผู้พิทักษ์เริ่มส่งกระแสจิตถึงกัน
——「นางขึ้นไปชั้นเก้าแล้ว ไม่นึกเลยว่าประมุขจะให้วิธีขึ้นไปชั้นเก้าแก่นางจริง ๆ」
——「แม้แต่คุณชายชิงซูก็ขึ้นไปได้แค่ชั้นห้าใช่หรือไม่?」
——「บางทีฟ้าของตระกูลเจียงอาจกำลังจะเปลี่ยนแล้ว」
——「ไม่มีทาง ตระกูลเจียงไม่เคยมีสตรีขึ้นมามีอำนาจ ภายหน้าตำแหน่งประมุขย่อมเป็นของคุณชายชิงซู」
——「อีกอย่าง คุณหนูชิงเหอก็ไม่เต็มใจใช้แซ่เจียง」
……
เมื่อเฟิ่งชิงเหอแน่ใจว่าสามารถควบคุมค่ายกลเคลื่อนย้ายนั้นได้แล้ว นางก็เดินหน้าขึ้นไปต่อ
เมื่อเดินขึ้นบันไดไปได้ครึ่งทาง ศิลาว่างเปล่าในทะเลจิตสำนึกของนางก็สั่นไหวครั้งหนึ่ง
ราวกับกำลังเตือนบางสิ่ง
เฟิ่งชิงเหอเร่งฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว ชั้นเก้าต้องมีสมบัติล้ำค่ากว่านี้แน่
ทว่าเฟิ่งชิงเหอเพิ่งก้าวเข้าสู่ชั้นเก้า ยังไม่ทันได้มองให้ชัดว่าที่นั่นมีอะไรบ้าง ก็รู้สึกว่าโลกหมุนคว้าง ก่อนจะมาอยู่ท่ามกลางห้วงดาราอันกว้างใหญ่ในพริบตา
เฟิ่งชิงเหอมองทุกสิ่งตรงหน้า รู้สึกว่าตนเล็กจ้อยราวกับฝุ่นผง
ไม่นาน เฟิ่งชิงเหอก็สังเกตเห็นความผิดปกติ
สิ่งที่เปล่งแสงอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่ดวงดาว แต่เป็นกล่องส่องสว่างทีละใบ
ทว่าบนกล่องเหล่านั้นกลับไม่มีคลื่นพลังแม้แต่น้อย
เฟิ่งชิงเหอลองยื่นมือออกไป กลับทะลุผ่านกล่องไปโดยตรง
แทบจะในทันที เฟิ่งชิงเหอก็เข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงภาพฉาย
นางกำลังอยู่ในภาพลวงตา
เฟิ่งชิงเหอหยิบไข่มุกวิญญาณเม็ดนั้นออกมา
ชั่วพริบตาต่อมา ภาพลวงตาตรงหน้าก็แตกสลาย
ไข่มุกวิญญาณมลายหายไป
ภาพตรงหน้าเฟิ่งชิงเหอวูบไหว แล้วนางก็มาอยู่ในอีกโลกหนึ่ง
พลังวิญญาณเข้มข้นโถมเข้าปะทะใบหน้า
ขุนเขาและสายน้ำเคียงคู่กัน
บุปผาบานสะพรั่งหลากสี
ต้นไม้เขียวชอุ่ม กิ่งก้านแผ่กว้าง ผลไม้ดกเต็มต้น
……
ตำหนักโอ่อ่าตระการตาหลังแล้วหลังเล่าลอยตระหง่านอยู่กลางอากาศ
ภาพฉายของกล่องที่นางเห็นก่อนหน้านี้ ที่แท้ก็คือตำหนักเหล่านี้
หรือที่นี่จะเป็น...คลังสมบัติที่แท้จริงของตระกูลเจียง?
ใช้โลกใบเล็กเป็นคลังสมบัติ!
นี่ต่างหากคือรากฐานที่ตระกูลอันดับหนึ่งพึงมี!
มิน่าเล่าเจียงหมิงหยวนถึงไม่อยากให้นางเข้าคลังสมบัติตระกูลเจียง...
มิน่าเล่าผู้อาวุโสคนอื่นถึงไม่มีสิทธิ์เข้าคลังสมบัติตระกูลเจียง...
สถานที่เช่นนี้ ใครได้เห็นแล้วจะไม่ตาลุกวาวบ้าง?
จะไม่เกิดความโลภขึ้นในใจหรือ?
ขณะนี้เฟิ่งชิงเหอมั่นใจอย่างยิ่งว่า อนาคตของนางจะต้องงดงามไร้ที่เปรียบ!
เฟิ่งชิงเหอได้ยินเสียงหัวใจเต้นตึกตักอย่างชัดเจน
ความคิดอันน่าสะพรึงกลัวผุดขึ้นในใจ แล้วกู่ร้องอย่างบ้าคลั่ง
ฉันจะเอาโลกใบเล็กนี้ไปด้วย!
ที่จริง วิธีที่ดีที่สุดคือเก็บตำหนักไปสักส่วนหนึ่ง แล้วรีบจากไปทันที
แต่ในชั่วขณะนี้ ความโลภที่ไม่เคยเลือนหายกลับขยายใหญ่ขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด
ฉันกล้ายืนยันเลยว่า ถ้าออกไปทั้งอย่างนี้ คืนไหนที่ฝันถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ฉันต้องลุกขึ้นมาตบหน้าตัวเองแน่
หลังความโลภเข้าครอบงำอย่างเด็ดขาด เสียงหัวใจของเฟิ่งชิงเหอกลับสงบลง
ยิ่งโลภ
ก็ยิ่งต้องใจเย็น
