เฉาซงฮุยหน้าดำคร่ำเครียด กัดฟันกรามแน่น ก้มมองก้อนตัวน้อยตรงหน้า
เขาหลับตาลง สูดลมหายใจยาว กล้ำกลืนความอัปยศมหาศาล บีบเสียงออกจากลำคออย่างยากเย็นเป็นสามคำว่า
“ท่าน…ปู่ทวด”
เสียงหาได้ดังไม่ ทว่าชัดเจนถึงขั้นคนทั้งลานได้ยินถนัดกันทุกคน
ถวนถวนพยักหน้าน้อย ๆ อย่างพอใจ วางท่าผู้ใหญ่ตอบรับอย่างสง่า
“อืม เด็กดี”
เฉาซงฮุยลืมตาโพลง สีหน้าซีดเผือด หันหลังผละฝูงชนพรวดพราด กระหืดกระหอบวิ่งหนีไปอย่างอเนจอนาถยิ่ง
เด็กนักเรียนชั้นเน่ยเซ่อต่างหางจุกตูดรีบแยกย้ายหายเข้ากลีบเมฆไปตามกัน
กลุ่มชั้นไว่เซ่อคลายความอัดอั้น โห่ร้องกระหยิ่มใจกันยกใหญ่ แห่ล้อมอู๋ฉี่หลินกับท่านอาจารย์น้อยเข้ายึดฮว่าลี่ที่ชิงคืนมาได้อย่างเกรียงไกร
“ตายแล้ว! แย่แล้ว!” จู่ ๆ อู๋ฉี่หลินก็ร้องลั่น
เซียวหนิงหย่วนหันไปถาม “อันใดหรือ?”
อู๋ฉี่หลินก้มหน้าก้มตามองหาทั่วตัว “สายถักที่ท่านอาจารย์น้อยให้ข้าหายไป!”
เขาเร่าร้อนใจถึงขั้นย่อตัวคลำหาไปตามพื้น “ต้องหล่นอยู่ตรงไหนสักแห่งเป็นแน่! นั่นมันเชือกนำโชคที่ท่านอาจารย์น้อยให้ข้านะ! หล่นอยู่ไหน?”
“ก็แค่เชือกเก่า ๆ เส้นหนึ่ง” เซียวหนิงสวินเอ่ยเสียงเรียบ “เมื่อครู่คนเดินเบียดเสียดมากมาย ต่อให้หล่นก็ไม่รู้ถูกย่ำไปอยู่ซอกไหนแล้ว จะตามหาได้อย่างไร? มิใช่สิ่งสำคัญอันใด อย่าหาเลย”
เด็กนักเรียนอีกหลายคนคล้อยตาม “จริงนะเจ้าคะ จะไปหามันทำไม?”
“ไปเถิด ๆ! ท่านอู๋ วันนี้ท่านต้องสอนข้าให้ได้ ว่าตีลูกฉุยหวันนี้หวดกันเช่นไร…”
อู๋ฉี่หลินได้ยินก็เสียดายอยู่บ้าง ทว่าไม่เก็บมาใส่ใจอีก “ก็จริง” แล้วเดินเลยไปกับเพื่อนพ้อง
เซียวหนิงสวินดวงตาลุ่มลึก อุ้มถวนถวนขึ้นมา “เจ้านี่เก่งจริง! เจ้าถวนน้อย!”
