ศาลาฟังฝนมีเงาต้นหวยทาบทา เรือนจิงหลานหอมกล้วยไม้รวยริน จวนหนิงอ๋องสงบร่มเย็นมาหลายวัน
ถวนถวนติดเซียวหนิงสวินราวกับเงา เสียงหัวเราะของทั้งสองคนล่องลอยอยู่ในจวนอ๋องอันเงียบสงบเป็นระยะ
บ่ายวันนี้ บ่าวเข้ามารายงาน “กราบทูลพระชายา คุณชายรองกลับถึงจวนเมื่อเช้านี้ บอกว่าร่างกายอ่อนล้า จะมาคารวะท่านในวันพรุ่ง ขอรับ ส่วนคุณหนูสี่เพิ่งเข้าเทียบจวน กำลังรอเข้าเฝ้าอยู่ด้านนอกเรือนขอรับ”
เฉิงหรูอันพยักหน้าบางเบา “เชิญนางเข้ามา”
“ขอรับ”
แม่นมหลิวกล่าวเสียงแผ่ว “คำนวณดูแล้ว ตำราสตรีของท่านอนุฟางน่าจะคัดลอกใกล้เสร็จแล้ว การกักบริเวณก็ควรจะถูกยกเลิก คุณหนูสี่กลับมาเวลานี้ เกรงว่า จะรู้เรื่องในจวนแล้ว มาช่วยมารดาของตนเชิดหน้าชูตากระมัง”
เฉิงหรูอันพยักพเยิด “นางเองก็เป็นเด็กดีแต่แรก น่าเสียดาย ที่เติบโตข้างฟางชิงเหยียน เรียนเอานิสัยมักใหญ่ใฝ่สูงและเห็นแก่เล็กแก่น้อยของมารดามาจนหมดสิ้น”
“ครั้งนั้นอ๋องตั้งชื่อให้นางว่าหนิงซู ก็หวังว่านางจะมีอุปนิสัยอ่อนโยน จิตใจบริสุทธิ์ เพราะอาการป่วยของอ๋องต้องการพักรักษาตัวเงียบๆ คุณชายทั้งหลายจึงย้ายไปสำนักศึกษา ส่วนนางถูกส่งกลับตระกูลฝาง ไม่รู้ว่าทุกวันนี้อุปนิสัยจะดีขึ้นบ้างหรือไม่”
นางถอนหายใจแผ่ว “ในเมื่อคุณชายทั้งหลายกลับมาแล้ว ที่นางจะย้ายกลับมาก็สมควร ข้าเพียงหวังว่า นางจะรู้จักสงบเสงี่ยมเจียมตน อย่าร่วมกับมารดาก่อเรื่องวุ่นวายอีกก็พอ”
ไม่นาน ประตูก็มีเสียงฝีเท้าย่างก้าวเบาๆ เด็กสาวผู้หนึ่งก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม ตามด้วยสาวใช้หน้าตาไม่คุ้นเคยอีกสองคน
เซียวหนิงซูอายุน้อยกว่าเซียวหนิงสวิน ยังไม่ถึงสิบสามปี สืบทอดรูปโฉมของฟางชิงเหยียน ผิวพรรณขาวนวล ใบหน้างดงามดุจดอกไม้
