ยามดึกสงัด กงซุนหงเพิ่งหลับไปได้ไม่นาน
“ไฟไหม้! ไฟไหม้! รีบดับไฟเร็วเข้า!”
เสียงร้องตื่นตระหนกนับไม่ถ้วนฉีกความเงียบสงัดของราตรี!
กงซุนหงสะดุ้งเฮือก กระโดดพรวดลงจากเตียง แสงเพลิงแดงฉานสะท้อนท้องฟ้าด้านนอก ควันหนาทึบพวยพุ่งเข้ามาตามช่องประตูและหน้าต่างอย่างบ้าคลั่ง คลื่นความร้อนแผ่ซัดเข้าปะทะใบหน้า!
“องค์ชาย! รีบออกไปเร็ว!” เจียงเฉิงถีบประตูห้องเปิด แล้วฝ่าควันหนาทึบพุ่งเข้ามา
ไฟโหมแรงตามกระแสลม ลุกไหม้ส่งเสียงแตกปะทุ คานและเสาเริ่มพังถล่มเสียงดังไม่ขาดสาย
ที่ทำการเก่าทั้งแห่งตกอยู่ในความโกลาหลทันที
ผู้คนในคณะทูตต้าเซี่ยต่างพากันวิ่งออกจากห้อง ไปยังถนนใหญ่
ท่ามกลางสายลมหนาวยามค่ำคืน ทุกคนมีเพียงชุดนอนบาง ๆ คลุมกาย ใบหน้าเขม่าควันดำมอมแมม ทั้งร่างเปื้อนฝุ่นควันและสั่นระริก
เปลวไฟกลืนกินที่พักของพวกเขาอย่างรวดเร็ว
ชาวต้าเซี่ยทุกคนต่างมีสีหน้าตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก
กงซุนหงถูกเจียงเฉิงกับองครักษ์หลายคนคุ้มกันอยู่ตรงกลาง เขาเองก็สวมเพียงชุดนอน ผมเผ้ายุ่งเหยิง ไม่เหลือมาดสง่างามขององค์รัชทายาทแม้แต่น้อย
เขาโกรธเกรี้ยวเต็มใบหน้า ตวาดเสียงดัง “เกิดเรื่องอะไรขึ้น? เหตุใดจึงเกิดไฟไหม้?”
“โอ๊ย! นั่นสิ! เหตุใดถึงเกิดไฟไหม้ได้เล่า? จุ๊ ๆ ๆ ช่างโชคร้ายจริง ๆ!”
กงซุนหงหันขวับไปมองทางต้นเสียง
ไม่รู้ว่าจีเฟิงมายืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของถนนตั้งแต่เมื่อใด
เขาสวมเสื้อคลุมหนังหมาป่าหนา มือหิ้วถุงสุรา พิงกำแพงอย่างสบายอารมณ์ พลางมองเปลวเพลิงที่พวยพุ่งขึ้นฟ้า แล้วกระดกสุราดื่มอย่างเอร็ดอร่อย
