ท่ามกลางสายตาทั้งหมด โจวหลินชวนเขียนว่า
“เหยียบดอกไม้กลับไป กลีบเกสรหอมติดเกือกม้า”
ใต้เวทีพลันเงียบสงัดลงทันที
ครู่ต่อมา ก็เริ่มมีเสียงพูดคุยกันอย่างแผ่วเบา
บางคนทบทวนโจทย์ขึ้นมาอีกครั้งด้วยเสียงเบา
บางคนถามคนข้าง ๆ ว่า ข้อนี้จะวาดอย่างไร
บางคนก็เริ่มคิดร่างภาพในใจอย่างเงียบ ๆ
หลี่เยี่ยนอยู่อีกฝั่งหนึ่ง เอ่ยกับเซียวหมิงหยวนว่า
“โจทย์ข้อนี้ไม่เลว เฉินเฉิงไป๋ไม่กล้าออกกลอนคู่หรือบทกวี เพราะกลัวเราจะชนะแน่ ๆ ถึงได้ออกโจทย์วาดภาพเช่นนี้”
เซียวหมิงหยวนลูบคางสองชั้นของตัวเอง
“เจ้าเล่ห์เพทุบายจริง ๆ เรื่องวาดภาพข้าไม่ค่อยถนัดนัก ข้าดูคนอื่นก่อนแล้วกัน”
โจวหลินชวนวางพู่กันลง แล้วหันกลับมา
“ไม่จำกัดวิธีการวาด เมื่อทรายในนาฬิกาทรายหมดก็ต้องส่งงาน เช่นเดียวกับเวลาที่ใช้ในวันปกติ”
เขาส่งสัญญาณให้นักเรียนคนหนึ่งข้างกายคว่ำนาฬิกาทรายลง เม็ดทรายละเอียดเริ่มไหลร่วงอย่างช้า ๆ
เฉินซื่อจิ้นลงพู่กันเป็นคนแรก
เขานั่งอยู่ตรงตำแหน่งใกล้หน้าต่างมานาน สายตาจับจ้องอยู่ที่ตัวอักษรทั้งเจ็ดนั้นตลอดเวลา
ทันทีที่นาฬิกาทรายเริ่มนับเวลา เขาก็วางพัดจีบลง กางกระดาษออก แล้วชุบหมึกเข้ม
การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็ว ลงพู่กันอย่างเด็ดขาด
เริ่มวาดใจของดอกโบตั๋นหลายดอก ใช้สีแดงชาดจากเข้มจางลงไล่ระดับกัน กลีบดอกที่ย่นยับถูกวาดเรียงกันตามลำดับ ซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ เข้มและอ่อนสลับกันไปมา
จากนั้น ตรงแกนกลางของกระดาษ ก็วาดดอกเสาเย่าและดอกกุหลาบป่าเพิ่มอีกสองสามดอก เรียงรายไม่เท่ากัน สีสันสดใสเจิดจ้า
ขอบกลีบที่ม้วนงอ เส้นใยเกสรที่เรียวบาง ทุกจุดล้วนลงพู่กันอย่างเต็มที่ วาดอย่างพิถีพิถันไม่บกพร่อง
