สวี่ชิงรู้ตัวว่าตนแทบจะเสียท่าออกไป
“ไม่มี ไม่มี ข้าเพียงได้ยินคำนี้ แล้วเหมือนจะคาดเดาอะไรได้บางอย่าง”
สวี่ชิงเอ่ยปากแก้ตัวอย่างลวก ๆ เพื่อระงับความตะลึงพรึงเพริดในใจ
จนปัญญาจริง ๆ ศัพท์คำนี้ช่างน่าสะเทือนใจยิ่งนัก!
อั้นน้ำปราบทราย ในอีกภพกาลหนึ่งเป็นทฤษฎีที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว ถูกนำไปใช้ยาวนานกว่าร้อยปี นับเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการจัดการกับแม่น้ำที่เต็มไปด้วยทรายและโคลน
ผู้เสนอทฤษฎีนี้คือพานจี้ซวิ่น ขุนนางผู้เชี่ยวชาญด้านการชลประทานชื่อดังแห่งราชวงศ์หมิง สวี่ชิงเคยอ่านบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องตอนเรียนมหาวิทยาลัย
หากไม่แน่ใจว่าซ่งหวยหยวนเป็นชาวราชวงศ์ต้าเหลียงโดยกำเนิดจริง ๆ สวี่ชิงคงสงสัยเป็นแน่ว่าเขาก็เป็นผู้ข้ามภพเช่นกัน
แต่ซ่งหวยหยวนไม่มีทางข้ามภพมาได้
เขาถูกลดตำแหน่งไปยังดินแดนชายขอบนานกว่าสิบปีมิได้กลับเมืองหลวง นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ข้ามภพจักกระทำ
แต่ทว่า ในดินแดนแห้งแล้งกันดารเช่นนั้น อาศัยการสังเกตและครุ่นคิดนานหลายปี เขากลับคิดค้นหลักการของ “อั้นน้ำปราบทราย” ได้ด้วยลำพัง...
นี่ไม่ใช่เพียงปัญหาเรื่องการจัดการน้ำแล้ว นี่คือพรสวรรค์
พรสวรรค์ที่มิเคยมีผู้ใดเสมอเหมือน!
อัจฉริยะเหนืออัจฉริยะ!
สวี่ชิงไม่คิดไม่ฝันว่า พ่อตาคนนี้ของตนที่กำลังจะเป็น กลับซ่อนความสามารถเช่นนี้ไว้
เฉิงผิงเอ่ยถามด้วยความอยากรู้: “ท่านสวี่ ท่านคาดเดาได้ถึงสิ่งใดหรือ เช่นนั้นเล่ามาให้ฟังหน่อยได้หรือไม่?”
