ตอนบานประตูถูกผลักเปิดออก ด้านในเงียบสงัด
ไม่มีเสียงพูดคุยหัวเราะ ไม่มีเสียงกระเป๋าเดินทางตกกระแทกพื้นดังตุบ
หลู่ชวนยืนอยู่ตรงประตู สิ่งแรกที่ได้กลิ่นคือกลิ่นฝุ่นจาง ๆ กับกลิ่นอับเล็กน้อยที่หลงเหลืออยู่หลังหอพักว่างเปล่ามาตลอดช่วงปิดเทอมฤดูร้อน
เขามาถึงเป็นคนแรก
หลู่ชวนผลักประตูเปิดจนสุด หิ้วกระเป๋าเดินเข้าไป แล้วเอื้อมมือดึงประตูปิดตามหลัง
ห้อง 504 เหมือนกับในความทรงจำของเขาทุกประการ
หอพักไม่กว้างนัก พอเข้าประตูก็เป็นทางเดินแคบ ๆ สายหนึ่ง
ทั้งสองฝั่งมีเตียงสองชั้นพร้อมโต๊ะอยู่ด้านล่าง ฝั่งละสองชุด โครงเตียงเหล็กทาสีขาว ตรงขอบบางจุดสึกเก่าไปแล้ว
ด้านบนเป็นแผ่นเตียง ด้านล่างเชื่อมต่อกับโต๊ะเขียนหนังสือ ชั้นหนังสือ และตู้ใบเล็ก รวมทั้งหมดสี่ตำแหน่ง ใครนั่งตรงไหน ใครนอนตรงไหน ชาติก่อนเขาจำได้อย่างชัดเจน
พื้นปูด้วยกระเบื้องสีเทาอ่อน ร่องกระเบื้องมีสีคล้ำอยู่บ้าง หน้าต่างอยู่ด้านในสุด มีลูกกรงกันขโมยติดตั้งอยู่ด้านนอก กระจกไม่ค่อยสะอาดนัก แสงแดดส่องเฉียงเข้ามา ทำให้พื้นบริเวณริมหน้าต่างสว่างวาบ
ฝั่งใกล้ประตูเป็นตู้เสื้อผ้าไม้เรียงเป็นแถว
สี่ตู้
แต่ละตู้มีขนาดไม่ใหญ่ วัสดุก็ธรรมดา ขอบบานประตูเริ่มลอกแล้ว อย่าว่าแต่เสื้อโค้ตกับเสื้อขนเป็ดสำหรับฤดูหนาวเลย แค่แขวนเสื้อผ้าฤดูใบไม้ร่วงไว้สักไม่กี่ชุด แล้วยัดกางเกงเข้าไปอีกสองตัว ข้างในก็แทบเต็ม บนบานตู้ยังมีตะขอใสที่นักศึกษารุ่นก่อนแปะทิ้งไว้ ส่วนตรงมุมก็มีคราบกาวเล็ก ๆ ที่ลอกไม่ออก
ธรรมดามาก
ธรรมดาจนแทบไม่มีอะไรให้เขียนถึงเลยสักนิด
แต่เมื่อหลู่ชวนยืนอยู่ตรงนี้ ใจกลับค่อย ๆ สงบลง
เมื่อคืนก่อน เขายังนอนอยู่ในห้องนอนใหญ่ของจิ้งหยวน เครื่องนอนเพิ่งเปลี่ยนใหม่ แสงไฟอบอุ่น ภายในห้องเงียบจนได้ยินเสียงหายใจ
แต่วันนี้เขากลับหิ้วกระเป๋าเดินทางมายืนอยู่ในหอพักสี่คนที่ธรรมดาที่สุดของมหาวิทยาลัยเจียงเฉิงแล้ว
สถานที่สองแห่งนี้ต่างกันราวฟ้ากับดิน
แต่หลู่ชวนไม่ได้รู้สึกรังเกียจแม้แต่น้อย
หอพักก็คือหอพัก
