สิบโมงเช้า
บนถนนในเจียงเฉิง รถราวิ่งขวักไขว่
ซุนซั่วต๋านั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถอาวดี้เอหกสีดำ
เขาจอดรถไว้ตรงทางแยกแห่งหนึ่ง
ประตูฝั่งผู้โดยสารถูกเปิดออก
สวี่เฉิ่งหยวนก้าวเข้ามานั่ง
สายตาของซุนซั่วต๋านเฉียบคมมาก
เขาเพียงหันไปมองแวบเดียว ก็สังเกตเห็นชุดที่สวี่เฉิ่งหยวนสวมอยู่
สูทสั่งตัดสีเข้ม เนื้อผ้าดีเยี่ยมและตัดเย็บเข้ารูปพอดีตัว
ทั้งความเรียบร้อยของคอเสื้อและรายละเอียดตรงปลายแขน ล้วนบ่งบอกราคาอันสูงลิ่วของชุดนี้อย่างเงียบ ๆ
ซุนซั่วต๋านหมุนพวงมาลัย ก่อนขับรถกลับเข้าไปในกระแสจราจร
“เหล่าสวี่”
ซุนซั่วต๋านยิ้ม น้ำเสียงหยอกเย้าอย่างสนิทสนม
“ชุดนี้ไม่เลวเลยนะ”
“เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยแฮะ”
“ดูท่าช่วงนี้จะรวยขึ้นสินะ”
สวี่เฉิ่งหยวนดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาด ก่อนจะได้ยินเสียงคลิกเมื่อมันล็อกเข้าที่
เขาหัวเราะหึ ๆ
ทั้งตัวดูสดใสเบิกบานและผ่อนคลายอย่างที่ไม่ได้เห็นมานาน
ไม่เหลือเค้าความห่อเหี่ยวเหมือนช่วงก่อนที่ถูกบีบจนจนตรอกอีกแล้ว
ซุนซั่วต๋านขับรถไปพลาง ลอบมองเพื่อนเก่าด้วยหางตาไปพลาง
พอเห็นว่าสวี่เฉิ่งหยวนสลัดความห่อเหี่ยวและหม่นหมองในอดีตทิ้งไปจนหมด
เห็นท่าทางผ่อนคลายจากใจจริงเช่นนั้น
ซุนซั่วต๋านกลับรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง
นิ้วที่จับพวงมาลัยของเขากระชับขึ้นเล็กน้อย
เขาคิดว่าสวี่เฉิ่งหยวนคงถูกมิจฉาชีพที่ไม่เคยพบหน้าคนนั้นล้างสมองเสียจนเชื่อสนิท
คนเรายามตกต่ำถึงขีดสุด
มักคว้าฟางช่วยชีวิตปลอม ๆ เอาไว้ แล้วหลงคิดว่ามันคืออนาคตที่จับต้องได้
