ภายในห้องโดยสารของรถไฟเทินเงียบสนิทจนแทบไม่ได้ยินเสียงลมแม้แต่น้อย
หลู่ชวนจับพวงมาลัยด้วยมือข้างเดียว ก่อนเหลือบมองสวี่เฉิ่งหยวนที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ
อดีตยอดคนผู้เคยผงาดในแวดวงการเงิน ชาตินี้กลับมีปกเสื้อเชิ้ตยับเล็กน้อย ใต้วงแขนกับแผ่นหลังยังเห็นรอยชื้นจากเหงื่อที่ซึมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แม้จะวิ่งสำรวจโครงการภาคสนามมาทั้งวัน เขายังคงนั่งหลังตรง แต่ความเหนื่อยล้าที่แทรกซึมออกมาจากทุกอณูกระดูกนั้นปิดไม่มิด
ทำงานเก่ง
แต่สภาพดูไม่เรียบร้อยเอาเสียเลย
หลู่ชวนไม่ได้เลี้ยวรถตรงแยกข้างหน้าไปยังชิงลู่เอี้ยน
เขาหมุนพวงมาลัย รถแล่นอย่างนุ่มนวลเข้าสู่เลนอีกสายที่มุ่งหน้าเข้าเขตเมือง
“กลับไปที่พักนายก่อน”
หลู่ชวนมองสภาพการจราจรข้างหน้า น้ำเสียงเรียบเฉย
“ไปอาบน้ำ”
“เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่”
“เรื่องอื่นค่อยคุยกันระหว่างทาง”
สวี่เฉิ่งหยวนชะงักไป เขาเกือบจะเอ่ยปากบอกว่าไม่ต้องลำบาก แต่พอสบกับสีหน้าที่ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธของหลู่ชวน ก็กลืนคำพูดกลับลงคอ
มื้อค่ำคืนนี้ไม่ใช่แค่เลี้ยงฝางจื้อยวนเพื่อแสดงความขอบคุณเท่านั้น แต่ยังเป็นครั้งแรกที่สวี่เฉิ่งหยวนจะไปพบประธานสมาคมธุรกิจเจียงเฉิงในฐานะคนสำคัญของธุรกิจหลู่ชวน
หลู่ชวนต้องการให้สวี่เฉิ่งหยวนแสดงความสง่างามสมกับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปในงานเลี้ยงนี้
ที่พักเช่าของสวี่เฉิ่งหยวนเป็นอพาร์ตเมนต์เก่าที่อยู่แถบชานเมือง สร้างมานานหลายปีแล้ว
ห้องไม่ใหญ่ แต่จัดเก็บสะอาดเรียบร้อย
ไม่มีข้าวของวางระเกะระกะ เฟอร์นิเจอร์ก็เรียบง่ายอย่างที่สุด
ในตู้เสื้อผ้ามีเสื้อเชิ้ตกับกางเกงสแล็กแขวนอยู่ไม่กี่ชุด ทุกชุดรีดจนเรียบกริบ ขอบอ่างล้างหน้ามีมีดโกนกับยาประจำตัวสำหรับโรคกระเพาะหลายกล่องวางเรียงเป็นระเบียบ เผยให้เห็นความตึงเครียดของคนที่ทำงานหนักภายใต้แรงกดดันมาเนิ่นนานและแบกรับทุกอย่างเพียงลำพัง
นี่คือฐานที่มั่นสุดท้ายของผู้ใหญ่คนหนึ่งที่ยังติดอยู่ในช่วงขาลง แต่กัดฟันประคองตัวเองเอาไว้
สวี่เฉิ่งหยวนลงมืออย่างรวดเร็ว
อาบน้ำ
เปลี่ยนเป็นเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มตัวใหม่เอี่ยม เนื้อผ้าอยู่ทรง
สวมรองเท้าหนังที่ขัดจนไร้ฝุ่นแม้แต่นิดเดียว