สีหน้ายินดีของจ้าวหลี่แข็งค้าง
ชายหนุ่มในชุดคลุมสีเขียวไผ่ค่อยๆ ย่างเท้าออกมาจากความมืด สีหน้าดุดัน โหดเหี้ยม เบื้องหลังตามด้วยองครักษ์อีกหลายนาย
เขามองจ้าวหลี่จากที่สูง แววตาราวกับมองสิ่งโสโครกติดพื้นรองเท้า
"สมแล้วที่เป็นลูกสัตว์ไม่รู้จักโต!"
คุณชายใหญ่แห่งสกุลจ้าว ผู้เลื่องชื่อในเมืองหลวงว่าสง่างามดุจแสงจันทร์ท่ามกลางสายลม ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึง "วันนั้นไม่น่ารับตัวเจ้ากลับมาเลย!"
"หึหึ" จ้าวหลี่ได้ยินก็อดหัวเราะเย็นชาไม่ได้
เห็นได้ชัดว่านางตกหลุมพราง
สถานที่ซึ่งร่างเดิมเคยเลียบาดแผลอย่างโดดเดี่ยว และความคับแค้นของนาง หาใช่ไม่มีใครล่วงรู้ไม่
"ถึงจะน่าขยะแขยง แต่พวกเราก็ท้องเดียวกัน ข้าเป็นลูกสัตว์แล้วเจ้าจะเป็นของดีอะไรได้?" จ้าวหลี่เลิกคิ้วถามกลับเบาๆ
"พูดอย่างกับข้าอยากมาอยู่ในถ้ำอัปรีย์นี่ แล้วมาเห็นหน้าเหี้ยๆ ของเจ้างั้นแหละ"
จ้าวหลี่แอบเงยหน้าประเมินระยะถึงกำแพงเตี้ย พลางเคลื่อนตัวไปทางนั้น ฝีปากก็ไม่ยอมเป็นรองแม้แต่น้อย
"จ้าวหลี่!"
จ้าวไคหยางไม่คาดคิดว่าจ้าวหลี่จะกล้าพูดจาหยาบคายเช่นนี้ใส่เขา ใบหน้าแดงก่ำไปชั่วขณะ ไม่รู้จะโต้ตอบอย่างไร
"ข้าอยู่นี่!" จ้าวหลี่ลอบเพิ่มรุ่นอาวุโสให้ตัวเองอีกชั้น
"สอนไม่จำ เลี้ยงไม่เชื่อง! ตอนนี้ไม่แกล้งทำเป็นว่านอนสอนง่ายแล้วรึ?"
จ้าวไคหยางเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพูดประโยคหนึ่งกับจ้าวหลี่
"ใช่! ข้าผู้เป็นบรรพชนของเจ้านี่แหละ จะไม่เสแสร้งอีกแล้ว!" จ้าวหลี่พูดอย่างฮึกเหิม พลางถอยไปถึงหน้ากำแพงเตี้ย
"เจ้า!"
จ้าวไคหยางไม่เคยคิดว่าจ้าวหลี่ที่เคยว่านอนสอนง่ายและขลาดกลัวเหมือนนกคุ่มต่อหน้าเขา จะแข็งกร้าวและโอหังได้ถึงเพียงนี้
"จับนางให้ข้า อุดปากนางไว้!" จ้าวไคหยางสั่งองครักษ์ซ้ายขวา
องครักษ์ห้าหกนายกรูเข้ามาใกล้
จ้าวหลี่ซึ่งถอยไปถึงมุมกำแพงแล้ว พุ่งตัวเข้าไปในพงเถาวัลย์ทันที
คลำเจอกำแพงหักสูงเพียงครึ่งคน นางใช้สองมือดันตัวพลิกข้ามไป จากนั้นก็วิ่งสุดฝีเท้าไปทางหนึ่ง
"นางอยู่ไหน?"
เห็นจ้าวหลี่พุ่งเข้าไปในเถาวัลย์แล้วหายวับไป จ้าวไคหยางตะโกนสั่งให้องครักษ์ค้นหา
องครักษ์จวนจ้าวชักกระบี่ที่เอว ฟันฉับๆ ซ้ายขวาไม่กี่ที เถาวัลย์ที่พันเกี่ยวกันก็ถูกตัดขาดพังทลาย เผยให้เห็นกำแพงหักด้านหลัง
จ้าวไคหยางมองช่องโหว่ที่เปิดอ้า รู้สึกราวกับเป็นปากใหญ่ที่กำลังเยาะเย้ยเขาอยู่
ก่อคดีอุกฉกรรจ์ทุบตีบิดามารดาผู้ใหญ่ ยังไม่คิดกลับใจสำนึกผิด ปากยังเต็มไปด้วยถ้อยคำหยาบช้าสามหาว
"อีชั่ว!"
จ้าวไคหยางสบถอย่างเกรี้ยวกราด ในใจฮึกเหิม แย่งดาบยาวจากองครักษ์ข้างกาย ฉับ! ชักดาบออกจากฝัก
"ตามไป! นางไม่ชินเส้นทาง หนีไปไม่รอด"
ดาบยาววาววับส่องสะท้อนใบหน้าเขา "แค่อย่าให้นางหนีรอดไปได้ ชีวิตหรือตายไม่สำคัญ"
คำพูดสุดท้ายลอดไรฟันที่ขบแน่น กลับเย็นยะเยือกยิ่งนัก
ในเรือนร้างข้างเคียง คบเพลิงส่ายไหว องครักษ์จุดคบไฟเดินตัดผ่านไปมา
"คุณชายน้อย ทางนี้ไม่มี"
"ทางนี้ก็ไม่มี"
"ล้อมลานเรือนพวกนี้ให้ข้า ขุดดินลึกสามฉื่อก็ต้องพาตัวอีชั่วนั่นออกมา!"
จ้าวไคหยางคิ้วขมวดแน่น สีหน้ายิ่งมืดทะมึน เรียกองครักษ์มาเร่งค้นหา
เขาก็ไม่เชื่อ ว่าอีชั่วนั่นจะติดปีกบินหนีไปได้
……
ติ๋ง
หยดน้ำหยดลงบนหน้าผากของจ้าวหลี่ กระตุ้นให้นางสะดุ้ง
นางเอนหลังพิงผนังบ่อที่ลื่นแฉะ ยืดขาทั้งสองยันไว้แน่น
ทั้งตัวแขวนอยู่ช่วงล่างของบ่อน้ำ ซ่อนกายอยู่ในความมืด
ไอน้ำในบ่อน้ำบ้านร้างปนกับกลิ่นเน่าเหม็นประหลาด ได้กลิ่นแล้วแน่นหน้าอก
เหนือศีรษะคือเสียงฝีเท้าองครักษ์วิ่งค้นหา
จ้าวหลี่ไม่ไหวติง ค้ำตัวอยู่บนผนังบ่อ
ทันใดนั้น ปากบ่อก็สว่างวาบด้วยแสงไฟ
"จะอยู่ที่นี่หรือไม่?"
องครักษ์ถือคบไฟ ก้มต่ำลงมองมาในบ่อ
จ้าวหลี่ในชั่วพริบตาขนลุกซู่ไปทั้งตัว กลั้นหายใจในทันที
"มืดเกินไป"
องครักษ์หนุ่มมองปากบ่อที่ดำมืด ในใจก็อดหวาดผวาไม่ได้
กำลังจะโยนคบไฟในมือลงบ่อ เพื่อดูให้รู้แน่
มือข้างหนึ่งยื่นมาจากด้านหลัง กดลงบนบ่าของเขา
ผู้มาเป็นองครักษ์สกุลจ้าวเช่นกัน
"พอเถอะ! แค่เด็กสาวคนหนึ่ง ยังจะกล้าซ่อนในบ่อได้รึ?"
"กลางคืนอย่าเข้าใกล้แท่นบ่อตามลำพัง ช่วงสองปีมานี้กลางคืนไม่ค่อยสงบ"
คนพูดเอาฝักดาบชี้ไปที่แผ่นยันต์สีซีดที่ติดบนแท่นบ่อ
แผ่นยันต์นั้น ตอนที่องครักษ์ก้มลงดูถูกเขาดึงจนขาดมุมหนึ่ง
องครักษ์คนนั้นสะดุ้ง รีบถอยออกมาอย่างลนลาน โดนเพื่อนหัวเราะเยาะสองสามที
จนกระทั่งเสียงสนทนานอกบ่อเดินห่างออกไป จ้าวหลี่จึงปิดปาก หอบหายใจถี่ๆ เบาๆ สองสามครั้ง
ข้างหูมีเพียงเสียงหัวใจตัวเองที่ดังราวกลองศึก
【ตรวจพบภารกิจชั่วคราว】
ในสมองจู่ๆ ก็ดังเสียงหนึ่งขึ้น ทำให้จ้าวหลี่หัวสมองอื้ออึงขึ้นมา ไถลตัวลงข้างล่าง
ไถลลงไปหลายฉื่อ นางรีบยันตัวไว้ แขวนค้างเหนือผิวน้ำในบ่อ
ใช้แรงหักห้ามใจครึ่งชีวิต ถึงกล้ำกลืนท่อนหลังของเสียงกรีดร้องกลับลงท้องแปรเป็นคำหยาบที่พรั่งพรูออกมาในสมอง
ในสถานการณ์เช่นนี้ มีเพียงคำด่าทอที่อบอุ่นใจที่สุดของแผ่นดินแม่ ซึ่งไม่ต้องคิดเท่านั้น จึงจะระบายความตกใจที่ได้รับออกมาได้
【จับคู่ตัวตนสำเร็จ อาชีพปัจจุบัน: นางประกอบตัวโกง】
【พูดจาอารยะ สร้างบรรยากาศใหม่ เจ้าบ้านโปรดอย่าโจมตีระบบของท่านด้วยวาจา!】
เนิ่นนาน
หัวใจของจ้าวหลี่จึงค่อยๆ สงบลง
กำลังจะสื่อสารกับสิ่งที่สงสัยว่าเป็นสุดยอดเคล็ดลับในสมอง ตรงหน้าก็ลอยปรากฏตัวหนังสือแถวหนึ่ง
【ภารกิจชั่วคราว: บ่อน้ำ】
【คำอธิบายภารกิจ: เด็กสาวผู้บริสุทธิ์ จมลงในบ่อเน่าเปื่อย น้ำหนาวเย็นยิ่งนัก แต่นางออกไปไม่ได้ เจ้าสามารถแบกนางปีนขึ้นไปได้หรือไม่?】
【หมายเหตุ: นางขึ้นไปเกาะหลังเจ้าแล้ว ตอนนี้อย่าปฏิเสธนางจะดีกว่า】
ตัวอักษรใหญ่สีแดงสด ในความมืดมิด ยิ่งเพิ่มความสยดสยองเป็นทวีคูณ
ในขณะเดียวกัน จ้าวหลี่ก็ได้ยินเสียงถอนหายใจแผ่วเบาข้างหู แขนคู่หนึ่งที่เย็นยะเยือกถึงกระดูก ยื่นออกมาจากข้างหลัง เกี่ยวขึ้นมาบนลำคอของนาง
ในพริบตา หัวใจแทบหยุดเต้น
นางหลุบตามอง เห็นแขนคู่หนึ่งบวมเป่งซีดขาวโอบรอบบ่าของนาง ราวกับก้อนสบู่ที่แช่น้ำนานจนพองฟู
ตายแล้วตายแล้วตายแล้ว!
ในหัวของนาง ตัวอักษรวิ่งเป็นพรืด
คาดไม่ถึงเลย ว่าในยามคับขันเอาชีวิตเช่นนี้จะมาเจอเข้ากับสิ่งนี้
ในช่วงเวลาสั้นๆ นี้เอง ข้างหูก็ดังเสียงถอนหายใจอีกครา แขนบนบ่ารวบรัดแน่นขึ้นทันที จ้าวหลี่ก็ตัวสั่นงันงกอีกพักหนึ่ง นางรู้ว่าไม่อาจรีรอได้อีก
จากประสบการณ์ที่เคยมี เมื่อถูกพัวพันแล้ว สิ่งนี้ไม่ฟังเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น
จึงกลืนน้ำลายลงคอ แล้วค่อยๆ ไต่ขึ้นไปทีละนิด