บทที่ 1 เกิดใหม่
“เพิ่งกลับมาจากทำงานพิเศษสามที่ ฉันเหนื่อยจริง ๆ นะ วันนี้ไม่ทำได้ไหม?”
เสียงของผู้ชายดังขึ้น แฝงด้วยความเหนื่อยล้าและจนใจอย่างเห็นได้ชัด เหมือนกำลังขอร้อง
หรงจี้เฉียวเพิ่งลืมตาก็ตกใจ
เธอถอยหลังหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว หลังชนเข้ากับกำแพง เบื้องหน้ามืดสลัว
ที่นี่ที่ไหน?
เธอตายไปแล้วไม่ใช่หรือ?
ผู้ชายเห็นเธอไม่พูดอะไร ก็ถอนหายใจ
ในความมืดดังเสียงซ่า ๆ เป็นเสียงเสียดสีของเนื้อผ้า
เขากำลังถอดเสื้อผ้า
แล้วก็เดินเข้ามาหาเธอ
กลิ่นอายแปลกหน้าใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ติดกลิ่นเจลอาบน้ำนิด ๆ เป็นยี่ห้อที่ถูกที่สุดในซูเปอร์มาร์เก็ต
สมองของหรงจี้เฉียวยังไม่ทันได้ตอบสนอง แต่มือกลับขยับไปแล้ว
เพียะ
เสียงคมชัดดังขึ้นในพื้นที่แคบ ๆ อย่างชัดเจนเป็นพิเศษ
หรงจี้เฉียวคิดว่าอีกฝ่ายเป็นพวกเสือผู้หญิง
แต่หลังจากตบไปหนึ่งฉาด เธอก็รู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล
แสงที่ลอดผ่านช่องผ้าม่านมาตกบนใบหน้าของผู้ชายพอดี
เขาถูกเธอตบจนใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้ม การเคลื่อนไหวชะงักไปชั่วขณะ
หรงจี้เฉียวเบิกตากว้าง
ใบหน้าของผู้ชายคมเข้มลึกล้ำ สันจมูกโด่งเป็นเส้นตรง เส้นสายลาดลงจากสันจมูกจรดปลายจมูกอย่างเป็นธรรมชาติ แฝงความเฉียบคม ริมฝีปากบางเม้มเล็กน้อยเป็นเส้นตรง
ในหัวของหรงจี้เฉียวอื้ออึงขึ้นมา
ต้วน... ต้วนเยี่ยน?!
ไม่... ไม่ใช่...
ต้วนเยี่ยนจะดูเด็กขนาดนี้ได้อย่างไร ไม่มีแม้แต่มาดของท่านชายรัชทายาทแห่งวงสังคมปักกิ่งเลยสักนิด
ในตอนนี้ คิ้วของผู้ชายขมวดแน่น ดวงตาคู่นั้นมองเธอเขม็ง ในแววตามีโทสะที่ถูกเก็บกดไว้
แต่กับเธอ เขายังคงควบคุมอารมณ์
“หรงจี้เฉียว เธอจะเอะอะอะไรอีก?”
ในหัวของหรงจี้เฉียวว่างเปล่า
เพดานของห้องกั้นเป็นสีเหลืองซีด เสียงทีวีเล็ดลอดมาจากห้องข้าง ๆ และเสียงน้ำไหลรินในท่อน้ำดังแว่วมา
ประกอบกับใบหน้าที่เด็กเกินไปของต้วนเยี่ยน
หรงจี้เฉียวก็รู้ตัว
เธอเกิดใหม่แล้ว
ย้อนกลับมาช่วงที่พวกเขายังไม่เลิกกัน
หรงจี้เฉียวเรียนจบพยาบาลจากวิทยาลัยอาชีวะ ทำงานเป็นพยาบาลในโรงพยาบาลของอำเภอเล็ก ๆ
ตอนนั้นต้วนเยี่ยนยังเป็นกรรมกรแบกอิฐในไซต์ก่อสร้าง ประสบอุบัติเหตุและมีคนช่วยเหลือพาส่งโรงพยาบาล ตรงกับเวรของเธอพอดี
เธอเหลือบเห็นแผ่นหลังของคนที่พาเขามา แต่งตัวไม่ธรรมดา ก็เลยคิดว่าเขาเป็นคุณหนูไฮโซ จึงดูแลต้วนเยี่ยนอย่างดีตอนที่เขาหมดสติ แถมยังออกค่ารักษาพยาบาลให้ด้วย
ปรากฏว่าต้วนเยี่ยนฟื้นขึ้นมาแล้วบอกเธอว่า
“ผมก็แค่คนแบกอิฐในไซต์งาน”
ตอนนั้นหรงจี้เฉียวก็อึ้งไปเลย
แต่เงินก็ออกไปแล้ว ยังไงก็ต้องให้เขาชดใช้คืน
ต้วนเยี่ยนก็รู้จักบุญคุณคน ตอนกลางวันแบกอิฐ ตกกลางคืนก็ไปส่งเดลิเวอรี
แล้วยังต้องซาบซึ้งใจกับคำพูดของหรงจี้เฉียวที่ว่า “เงินเก็บทั้งหมดของฉันฉันเอาไปจ่ายค่ารักษาให้คนแปลกหน้าอย่างเธอหมดแล้ว” จนยอมสละเวลามาช่วยงานเธอ รับส่งเธอไปกลับที่ทำงาน
หรงจี้เฉียวก็สนุกสนานกับการถูกเอาอกเอาใจ ไม่เคยรู้สึกผิด
เธอชอบหน้าตาของเขาที่ทำให้เธอรู้สึกมีหน้ามีตา พอใจที่เขายอมทำงานหนักโดยไม่บ่น
พอนานวันเข้า ทั้งสองก็คบหากัน
เธอลาออกจากงาน ให้เขาเลี้ยงดู
ต่อมาเธอไม่เต็มใจที่จะอยู่แต่ในอำเภอเล็ก ๆ อีกต่อไป อยากจะมาผจญภัยในเมืองหลวง
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ตามเธอมา
หรงจี้เฉียวคิดว่าตัวเองสวยจึงมักคิดสูงเกินตัว มักรู้สึกว่าต้วนเยี่ยนไอ้หนุ่มจน ๆ คนนี้ไม่คู่ควรกับเธอ
ตอนที่เพิ่งมาถึงเมืองหลวง หรงจี้เฉียวไม่อยากอยู่ในตึกแถวหรือหมู่บ้านในเมืองที่แสงแดดส่องไม่ถึง และไม่อยากอยู่ในซอกซอยสกปรกแคบ ๆ
ต้วนเยี่ยนจึงกัดฟันเช่าห้องรวมในหมู่บ้านจัดสรรนี้ในราคาหมื่นหยวนต่อเดือน
อยู่ร่วมกันเจ็ดแปดคน ห้องกั้นด้วยแผ่นยิปซั่ม ห้องข้าง ๆ จามยังได้ยิน
แค่ค่าเช่าก็แทบจะบดขยี้ต้วนเยี่ยนที่เพิ่งมาถึงเมืองหลวงอยู่แล้ว
แต่หรงจี้เฉียวก็ยังไม่พอใจ
จนกระทั่งวันหนึ่ง ความจริงก็ปรากฏ—คนที่พาเขาไปโรงพยาบาลเมื่อวันนั้นไม่ใช่เธอเลย ส่วนค่ารักษาพยาบาลที่เธอออกให้ก็ไม่ใช่หลักแสน มีแค่ห้าพัน
ผู้มีบุญคุณที่แท้จริงคือคุณหนูลูกเศรษฐีผู้มีจิตใจเมตตาคนหนึ่ง
ต้วนเยี่ยนเปิดเผยฐานะ กลับไปเมืองหลวงเป็นท่านชายรัชทายาท และแต่งงานกับคุณหนูลูกเศรษฐีคนนั้น
ส่วนเธอถูกโยนกลับไปที่อำเภอเล็ก ๆ ปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม
แต่เธอก็ถูกเขาเลี้ยงเสียจนเสียคน
ทำงานไม่เป็น ไม่อยากทำงาน คิดสูงเกินตัว แต่ดวงซวย
เธอก่อเรื่องไม่รู้จบ วิ่งไปที่เมืองหลวงเพื่อรบเร้าต้วนเยี่ยน สุดท้ายก็ถูกพวกประจบสอพลอของคุณหนูลูกเศรษฐีฆ่าตาย เพื่อแสดงความจริงใจต่อคุณหนูคนนั้น
เธอก็ว่า ที่แท้เมื่อครู่เธอเพิ่งถูกใครบางคนกดน้ำตาย แล้วทำไมจู่ ๆ ก็ลืมตาขึ้นมาอีก
หรงจี้เฉียวขาอ่อนทรุดจนคุกเข่าลงตรงหน้าต้วนเยี่ยน
ต้วนเยี่ยน: “...?”
เดิมทีก็นึกว่าหรงจี้เฉียวจะเริ่มก่อกวนอีก ต้วนเยี่ยนชะงักไป ในดวงตาฉายแววเลื่อนลอย
“เธอ...” เขาอ้าปากค้าง ไม่รู้จะพูดอะไร
แล้วเขาก็คุกเข่าลงบ้าง
เหมือนจะรู้ตัวอะไรบางอย่าง
“อย่าเล่นอะไรพิสดารได้ไหม?” เสียงของเขากดต่ำ แฝงความจนใจ แฝงความเหนื่อยล้า และยังแฝงคำอ้อนวอนเล็กน้อย “ผมแบกรับไม่ไหวจริง ๆ เหนื่อยมากไปแล้ว”
หรงจี้เฉียว: “...”
สองคนคุกเข่าเผชิญหน้ากัน เข่าชนเข่า ระยะห่างไม่ถึงครึ่งเมตร
หรงจี้เฉียวขายหน้าแทบแทรกแผ่นดิน
อายจนอยากจะมุดรูหนี
ผู้ชายตรงหน้าก็คุกเข่าลงเช่นกัน ใบหน้าสง่างามเยือกเย็นนั้นอยู่ใกล้เธอมาก ความเหนื่อยล้าบนใบหน้าในแสงสลัวก่อให้เกิดความรู้สึกอิดโรยแต่แฝงเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก
อากาศแข็งตัวราวกับเหล็ก
สมองของหรงจี้เฉียวทำงานรวดเร็ว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดพุ่งถึงขีดสุด
เธอเด้งตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ฉันเล่นอะไรแล้ว? ในห้องไม่ได้เปิดไฟ ฉันเกือบโดนเธอทำให้ตกใจ”
ต้วนเยี่ยนยันเข่าลุกขึ้นยืน ท่าทางเชื่องช้า
สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ขนตาซึ่งกะพริบหลบเลี่ยงของเธอ
เมื่อไหร่ที่เธอจะเข้าใจความลำบากของเขา?
หรงจี้เฉียวถูกเขามองจนขนลุก ใจคอไม่ดี
ยิ่งพูดก็ยิ่งผิด เธอเลยเอาวิธีเอาแต่ใจแบบเก่าออกมาใช้
“มองอะไร? เต็มตัวไปด้วยกลิ่นเหงื่อ เหม็นจะตาย!”
เธอทำท่ารังเกียจด้วยการบีบจมูก ถอยหลังไปสองก้าว ชี้ไปที่ห้องน้ำซึ่งแคบจนหมุนตัวไม่ได้
“รีบไสหัวไปอาบน้ำซะ”
วันนี้ต้วนเยี่ยนทำงานเป็น รปภ. ตอนกลางวัน หลังอาหารเย็นไปทำงานพาร์ตไทม์ที่ไซต์ก่อสร้าง หลังจากนั้นก็วิ่งส่งเดลิเวอรีอีกหลายชั่วโมง
ตัวจะไม่เหม็นได้ยังไง?
ต้วนเยี่ยนไม่ปริปาก หยิบเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนเข้าไปในห้องน้ำ ไม่นานก็มีเสียงน้ำไหลรินดังมาจากหลังแผ่นกั้น
ที่เรียกว่าห้องรวมในหมู่บ้านจัดสรรนี้ จริง ๆ ก็คือรังนกพิราบที่ถูกกั้นขึ้นด้วยแผ่นยิปซั่ม เดิมเป็นห้องสามห้องนอน ถูกกั้นออกเป็นหกห้องอย่างไม่น่าเชื่อ
หรงจี้เฉียวทรุดลงกับพื้นอีกครั้งด้วยความกลัว
ความรู้สึกที่ถูกใครบางคนกดศีรษะลงในน้ำทั้งเป็นยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ
มือของหรงจี้เฉียวสั่นระริก
เหมือนยังได้ยินเสียงไม่พอใจของคนอื่นดังแว่วข้างหู
“โยนลงทะเลไปเลยก็พอ”
“มันน่ารังเกียจจริง ๆ ถูกถีบหัวส่งแล้วยังจะตามไปตอแยอีก”
“เร็วเข้า อีกเดี๋ยวเนี่ยนเนี่ยนกับเยี่ยนเกอก็มา เห็นเธอเข้าแล้วจะไม่มีความสุข”
สมองของหรงจี้เฉียวว่างเปล่า ไม่มีความรู้สึกจริงต่อสิ่งตรงหน้าเลย
ต้วนเยี่ยนอาบน้ำเร็วมาก ตอนออกมาใส่แค่เสื้อกล้ามหลวม ๆ ตัวหนึ่ง
เขาไม่มองหรงจี้เฉียว เปิดมุมผ้าห่มผืนหนึ่งแล้วล้มตัวลงนอน
เกือบจะทันทีที่ศีรษะแตะหมอน เสียงหายใจสม่ำเสมอก็ดังขึ้น
เขาเหนื่อยเกินไปแล้วจริง ๆ
กลางวันยืนเฝ้าป้อม รปภ. กลางคืนฝ่าลมฝนไปส่งเดลิเวอรี ปกติก็ยังต้องไปรับจ้างแบกหามที่ไซต์ก่อสร้าง
แรงกายที่เสียไปอย่างหนักหน่วงแบบนี้ แลกเป็นเงินทั้งหมดก็ถูกเติมลงไปในหลุมลึกอย่างหรงจี้เฉียวจนหมด
ห้องนี้เล็กมาก วางได้แค่เตียงขนาดหนึ่งเมตรห้ากับตู้เสื้อผ้า
หรงจี้เฉียวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก็เกร็งตัวนอนตรงริมเตียงด้านนอกสุด หดตัวจนเป็นก้อนเล็ก ๆ
ไออุ่นจากข้างกายส่งผ่านมาไม่ขาดสาย
เธอไม่ได้นอนร่วมเตียงกับต้วนเยี่ยนมานานมากแล้ว
ในหัวนึกถึงแต่ภาพหลังจากที่ความจริงถูกเปิดโปง ต้วนเยี่ยนบอกเลิกเธอ เธอบ้าคลั่งไปหาเขาหลายครั้ง แต่สิ่งที่เห็นกลับเป็นสีหน้าเย็นชาและรำคาญของต้วนเยี่ยน
ด้านหลังมีเสียงผ้าห่มเสียดสีดังขึ้น
ร่างกายของหรงจี้เฉียวแข็งทื่อ
วินาทีต่อมา เธอถูกต้วนเยี่ยนดึงเข้าไปในอ้อมกอด