“ขอบคุณท่านฮั่ว”
นางรีบยืดกายยืนตรง แล้วถอยหลังไปอีกก้าว ใบหน้าเล็กแดงระเรื่อราวกับถูกสีสันของดอกท้อตรงหน้าแต้มแต่ง จนแทบหยาดหยด
อวี๋เสวียชิงเม้มริมฝีปาก นึกขึ้นได้ว่านี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่นางหกล้มต่อหน้าเขาและได้รับการประคองไว้ ในใจก็ยิ่งกระดากอาย
รอบด้านเงียบสงัด ดอกท้อเต็มต้นห้อยระย้าอย่างสงบนิ่ง ทั้งสองต่างเงียบงันไปชั่วขณะ
อวี๋เสวียชิงรู้สึกกระดากใจอยู่บ้าง จึงอ้างว่าไม่สะดวกจะรบกวนกิจธุระของเขา ก่อนเอ่ยขอลากลับ แล้วเดินย้อนตามเส้นทางเดิมไปยังงานเลี้ยง
ฮั่วจงหมิงพยักหน้าเล็กน้อย ลูบปลายนิ้วเบา ๆ แล้วคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มองส่งนางเดินจากไป
จนกระทั่งร่างบอบบางตรงหน้าใกล้จะถูกต้นท้อที่เรียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ บดบัง เขาจึงก้าวตามไปอย่างไม่เร่งรีบ
อวี๋เสวียชิงย่อมไม่ทันสังเกต
นางจัดผ้าคลุมไหล่ที่ห้อยลงมาให้เข้าที่เล็กน้อย แล้วค่อย ๆ ย่างเท้าเดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง
