ชีวิตในวังหลวงอวี่เฉวียนย่อมสุขสบายไม่น้อย
แต่เมื่อวันเวลาค่อย ๆ ผ่านไป อวี๋เสวียชิงก็รู้ว่าบทที่ตนถูกวางแผนลอบสังหารนั้นใกล้เข้ามาทุกที
จากนั้นนางจึงพบว่า สิ่งที่ทรมานยิ่งกว่าการรู้ว่าตนจะถูกลอบสังหาร คือการต้องรอให้การลอบสังหารเกิดขึ้น
เพราะในเนื้อเรื่องเดิม เรื่องนี้ถูกกล่าวถึงเพียงผ่าน ๆ มีแค่ประโยคหนึ่งที่เอ่ยว่า ฮองเฮาอวี๋ถูกลูกหลงจากเหตุลอบสังหารในวังหลวง และเหตุการณ์ครั้งนี้ก็ทำให้อวี๋ฉงหมดโอกาสใช้ทายาทหลวงวางแผนโดยสิ้นเชิง แต่ไม่ได้กล่าวถึงเลยว่ามือสังหารจะลงมือเมื่อใด หรือจู่ ๆ ปรากฏตัวขึ้นมาได้อย่างไร
ความรู้สึกประหนึ่งมีคมกระบี่แขวนอยู่เหนือศีรษะ แต่กลับไม่ยอมตกลงมาเสียที สำหรับนางแล้วทรมานยิ่งกว่าการเผชิญหน้ากับการลอบสังหารเสียอีก
ทว่าในงานเลี้ยงค่ำคืนนั้น เมื่อมือสังหารตรงหน้าชูกระบี่แทงเข้าหานางจริง ๆ อวี๋เสวียชิงก็ยังมึนงงไปทั้งตัว
นางเบิกตากลมโต ม่านตาสะท้อนประกายเย็นเยียบของคมกระบี่ ในหัวว่างเปล่า ร่างกายคล้ายถูกตรึงไว้กับที่ ไม่อาจตอบสนองได้ทัน
กระทั่งแรงมหาศาลคว้าต้นแขนนาง กระชากนางไปด้านข้างอย่างแรง พร้อมเสียงทึบดัง “ฉึก” ข้างหู
เบื้องหน้าพลันแดงฉาน อวี๋เสวียชิงกะพริบตาปริบ ๆ แต่กลับไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย
นางเซถลาเข้าไปในอ้อมกอดอุ่นร้อน ครู่หนึ่งจึงก้มหน้าลงมอง และพบว่ากระบี่ยาวไม่ได้แทงถูกตน แต่ฝังลึกอยู่ในแขนขององค์จักรพรรดิที่กำลังปกป้องนางไว้แน่นหนา
