เหมันต์ผ่านพ้น วสันต์หวนคืน เพียงพริบตาก็ล่วงเลยไปสามปี
ก่อนหน้านี้ โจวหยวนฮุยไม่รู้ว่าเหตุใดจึงเข้าตาเซียวจิงเจีย ตั้งแต่เนิ่น ๆ นางก็เริ่มช่วยดูแลกิจการค้าบางส่วนของอีกฝ่าย นับเป็นการลอบรวบรวมเงินทองให้
เพราะเหตุนี้สกุลโจวจึงได้เกาะเกี่ยวผู้สูงศักดิ์ กิจการก็เติบโตพอกพูนตามไปด้วย
โดยเฉพาะในช่วงสามปีที่ผ่านมา เซียวจิงเจียอาศัยข้ออ้างตรวจสอบราชการเกลือแห่งเจียงหนานเต้า จัดการขุนนางฉ้อฉลกลุ่มใหญ่ด้วยความเด็ดขาดฉับไว จากนั้นยังส่งเสริมกิจการค้าที่ไว้ใจได้ขึ้นมาใหม่ สถานการณ์ทั่วทั้งเจียงหนานเต้าจึงเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง
ด้วยสายสัมพันธ์นี้ สกุลโจวจึงได้ช่องทางมากมายที่คนอื่นร้องขอก็ยังหาไม่ได้ แม้แต่สกุลชุยที่ไปมาหาสู่กับสกุลโจวอย่างใกล้ชิดก็พลอยได้รับประโยชน์ไม่น้อย
ครานี้โจวหยวนฮุยติดตามเซียวจิงเจียมายังนครหลวง โจวหยวนอวี่กับชุยจินเยี่ยนก็ร่วมเดินทางมาด้วย
ในฐานะเจ้าบ้าน ตระกูลอวี๋ย่อมต้องต้อนรับขับสู้ ท่านอวี๋อ้วนจึงจองห้องส่วนตัวในเรือนเมาเซียนโถง ซึ่งเป็นร้านที่คึกคักที่สุดในเขตเมืองตะวันตก เพื่อเลี้ยงต้อนรับทุกคน
รถม้าหยุดลงหน้าเรือนเมาเซียนโถง อวี๋เสวียชิงกำลังรวบชายกระโปรง ก่อนค่อย ๆ ก้าวลงจากรถโดยเหยียบแท่นรองเท้าอย่างระมัดระวัง
พอเงยหน้าขึ้น นางก็เห็นชุยจินเยี่ยนยืนอยู่ข้างโจวหยวนอวี่ นางอดนึกถึงความลับที่บังเอิญพบหลังเขาจำลองในสกุลชุยวันนั้นไม่ได้ สีหน้าจึงดูไม่เป็นธรรมชาติอยู่บ้าง รีบหลุบตาลง ไม่กล้ามองเขาอีก
โชคดีที่วันนี้ลมแรง คนอื่นจึงคิดเพียงว่านางถูกลมพัดจนเป็นเช่นนั้น ไม่ได้ใส่ใจมากนัก
ในยามนั้นเอง พลันเกิดเสียงเอะอะขึ้นที่ปลายถนนใหญ่ ก่อนจะโถมเข้ามาเป็นระลอกประหนึ่งคลื่นน้ำ
ที่แท้ข่าวชัยจากชายแดนได้ส่งกลับมาก่อนหน้านี้แล้ว กองทัพใหญ่ไม่เพียงขับไล่ชาวแดนเหนือที่ยกทัพมารุกราน แต่ยังไล่ตามไปหลายร้อยลี้ จนอีกฝ่ายต้องส่งทูตมาถวายหนังสือยอมจำนน
บัดนี้ชายแดนมีรองแม่ทัพนำทัพประจำการอยู่ ส่วนฮั่วจงหมิงได้รับพระราชโองการให้นำกองทหารม้าเบากลับนครหลวงเพื่อรายงานตัว เมื่อนับวันดูแล้ว วันนี้ก็มาถึงเมืองพอดี
