โรงเตี๊ยมถนนตะวันตก
ซุนเหวินเจาจิบชาอย่างใจลอย คิ้วขมวดมุ่นพลางมองออกไปนอกหน้าต่าง
เวลาผ่านไปครบห้าวันแล้ว แต่การสืบสวนของพวกเขายังคงไร้เบาะแสแม้แต่น้อย
หลายวันมานี้ เขาแทบใช้กลวิธีทุกอย่างจนหมดสิ้น กระทั่งแผงลับที่เขตจังหวัดฝังตัวไว้ในหมู่ผู้หนีภัยก็ยังถูกเรียกใช้งาน ทว่าผลลัพธ์กลับว่างเปล่า
ดูเหมือนว่าทุกคนในอำเภอชิงซานล้วนไม่รู้ที่มาของเสบียงในเมืองแม้แต่น้อย
“ใต้เท้า พวกเราต้องอยู่ที่นี่อีกนานเท่าใดหรือขอรับ?” สมุห์ราชการอีกหลายคนในห้องกำลังลูบท้องพลางเรอเอิ้ก ๆ เพิ่งกินอาหารเสร็จ สีหน้าอิ่มเอมใจ จู่ ๆ ก็ชักไม่อยากจากไปเสียแล้ว
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร!!” ซุนเหวินเจาเหลือบมองคนเหล่านั้น มุมปากกระตุก อยากเข้าไปตบให้กระเด็นออกไปทั้งกลุ่มเสียจริง
คราวนี้หากเขาสืบเรื่องภูมิหลังของลู่อันเหนียนกับเส้นทางขนเสบียงไม่กระจ่าง หวังเหยียนเชาคงไม่ยอมไว้ชีวิตพวกเขาแน่
แต่คนเหล่านี้กลับไม่เข้าใจสถานการณ์เอาเสียเลย! โง่เขลาสิ้นดี
ขณะที่เขากำลังขุ่นเคืองกับความไม่ได้เรื่องของพวกนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังรัวขึ้น
จากนั้น องครักษ์ที่ติดตามมาคนหนึ่งก็พรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“ใต้เท้า! เกิดเรื่องแล้วขอรับ!”
“จะลนลานไปทำไม!” ซุนเหวินเจาเหลือบมองอีกฝ่าย ก่อนตวาดเสียงเข้ม “ถูกชาวบ้านหัวแข็งทุบตีมาอีกแล้วหรือ?”
“มิใช่ขอรับ! เป็นกองทัพจากเมืองเจียงหลิง!” องครักษ์หอบหายใจพลางรีบรายงาน “นอกประตูเมืองทางใต้ มีกองทัพใหญ่ยกมาถึง นับพันคน สวมเกราะเหล็กเหมือนกันทั้งกอง ชูธงเจี๋ยตู้ฉื่อเขตเหิงหยางของหนานผิง! ตอนนี้ปิดล้อมประตูใต้ไว้แล้วขอรับ!”
“อะไรนะ?!”
ซุนเหวินเจาผุดลุกขึ้น ถ้วยชาในมือคว่ำลง น้ำชาหกเปียกชายเสื้อ
เขาลนลานเช็ดชายเสื้อ แล้วรีบก้าวเข้าไปหา “เจ้าแน่ใจหรือ?”
