ราตรีโรยตัวลง
ลู่อันเหนียนกลับมายังห้องหลังของศาลาอำเภอ
หลินปั้นเซี่ยรีบจัดเตรียมอาหารที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ แล้วยกเข้ามาให้
“ท่าน เช็ดหน้าสักหน่อยแล้วดื่มน้ำแกงร้อน ๆ ก่อนเถิด”
หลินปั้นเซี่ยส่งผ้าเช็ดหน้าผืนอุ่นให้ แล้วประคองชามน้ำแกงกระดูกมาวางตรงหน้าลู่อันเหนียนอย่างใส่ใจ ข้างกันนั้นมีข้าวสวยชามใหญ่เตรียมไว้แล้ว
ลู่อันเหนียนรับผ้ามาเช็ดหน้า ก่อนจะหันไปยิ้มให้หลินปั้นเซี่ย “ได้ยินท่านซ่งบอกว่า ตอนจัดการตรวจสอบบัญชีเหล่านั้น เจ้ามีส่วนช่วยไม่น้อยเลยหรือ”
“เป็นสิ่งที่ปั้นเซี่ยควรทำอยู่แล้วเจ้าค่ะ!” หลินปั้นเซี่ยก้มหน้าลง
“อืม ทำได้ดีมาก!” ลู่อันเหนียนพยักหน้า ไม่ตระหนี่คำชมแม้แต่น้อย
หลังรับประทานอาหารเย็น ลู่อันเหนียนกำชับหลินปั้นเซี่ยและคนอื่น ๆ ว่า เมื่อทำงานเสร็จแล้วก็พักผ่อนได้เลย ไม่ต้องรอตน จากนั้นจึงกลับไปยังห้องหนังสือตามลำพัง
เขามองแผนผังป้องกันเมืองที่วางอยู่บนโต๊ะหนังสือ แล้วครุ่นคิดต่อ
เมื่อปราการชั้นในทางตะวันออกและตะวันตก รวมถึงประตูเมืองชั้นนอกทางทิศใต้สร้างเสร็จ พื้นที่โดยรวมของเมืองจะขยายออกไปมากกว่าสิบเท่า นอกจากจะรองรับผู้หนีภัยได้มากขึ้นแล้ว ปัญหาการป้องกันเมืองก็จะซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม
โดยเฉพาะประตูเมืองชั้นนอกทางทิศใต้ ต่อไปจะต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากศัตรูภายนอกโดยตรง จึงจำเป็นต้องวางกำลังป้องกันอย่างเข้มงวด
ไม่เพียงต้องจัดวางกำลังคนเท่านั้น แต่ยังต้องวางแผนการป้องกันบนกำแพงเมืองด้วย
บนแผนผังป้องกันเมืองในขณะนี้ กำแพงเมืองสูงตระหง่าน กำแพงหลักถูกหุ้มด้วยเหล็ก มีหน้าไม้ขนาดใหญ่และเครื่องทุ่นหินเรียงรายอยู่ด้านบน
นี่แทบจะเป็นต้นแบบของป้อมปราการเหล็กอย่างแท้จริง
ทั้งยังยิ่งใหญ่อลังการกว่าป้อมปราการตามด่านชายแดนในสมัยโบราณเสียอีก
