บทที่ 39 เชียนว่านไค้ยิ่งคิดก็ยิ่งอัดอั้น!
ครานี้เอง ลู่อันเหนียนก็ลุกขึ้นยืนด้วย
จ้าวเถี่ยหนิวรีบก้าวเข้าไปทันที แล้วยื่นสมุดเล่มหนึ่งให้
เชียนว่านไค้ยกมือเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก เดินออกมาข้างหน้า เนื้อบนร่างอ้วนท้วนพยายามฝืนยิ้มออกมาอย่างยากเย็น
“คุณชายลู่ ข้าวหอมชั้นเลิศพันตังนี้ ข้าเชียนขอซื้อไว้เอง” เขาสูดลมหายใจลึก ก่อนกล่าวต่อว่า “แต่วันนี้ดึกมากแล้ว โรงรับแลกเงินคงปิดทำการไปแล้ว เลื่อนไปซื้อขายกันวันพรุ่งนี้ได้หรือไม่”
“ได้” ลู่อันเหนียนครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า เขาเองก็ต้องใช้เวลาจัดการ หาสถานที่เหมาะสมเพื่อขนข้าวออกมาจากมิติบรรจุของระบบ
เฉินโหย่วเต้าที่ไม่ได้ซื้อข้าวส่งเสียงฮึดฮัด ก่อนจะเตรียมกลับพร้อมกับพ่อค้าคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้ข้าวไปเช่นกัน พวกเขาต่างส่ายหน้าถอนใจ
“เถ้าแก่ทั้งหลาย โปรดหยุดก่อน” จู่ ๆ ลู่อันเหนียนก็เอ่ยขึ้น
ทุกคนหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับมา
ลู่อันเหนียนกวักมือเรียกหลี่ฉางฝู่
“เถ้าแก่หลี่ เมื่อครู่ท่านบอกว่ามีผ้าฝ้ายกับผ้าป่านอยู่ในมือจำนวนหนึ่งใช่หรือไม่”
หลี่ฉางฝู่อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้ารัว “มีขอรับ! ในคลังยังมีสินค้าดี ๆ เก็บไว้อีกไม่น้อย คุณชายต้องการซื้อหรือขอรับ”
“ซื้อ” ลู่อันเหนียนเปิดสมุดรายการในมือ แล้วกล่าวต่อว่า “ไม่ใช่แค่ผ้าเท่านั้น สิ่งของทั้งหมดที่ข้าพูดถึงเมื่อครู่ ข้าจะซื้อทั้งหมด”
ดวงตาของบรรดาพ่อค้าพลันเป็นประกาย ต่างพากันกรูเข้ามา
“ซูเหมย เจ้านำรายการนี้ไปหารือรายละเอียดการร่วมค้ากับเถ้าแก่ทั้งหลาย แล้วค่อยมารายงานข้า” ลู่อันเหนียนส่งสมุดรายการให้ซูเหมย
“เจ้าค่ะ คุณชาย!” ซูเหมยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะได้สติอย่างรวดเร็ว แล้วรับสมุดไปด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“เถ้าแก่ทั้งหลาย เชิญมาคุยรายละเอียดกับข้าทางนี้!”
เมื่อเห็นซูเหมยรับช่วงจัดการเรื่องต่อจากนี้ไป ลู่อันเหนียนจึงหันกลับไปมองเชียนว่านไค้
