สองเดือนกว่า ๆ ต่อจากนั้น เฮ่าเอี๊ยงก็ขโมยไข่กินทุกวัน
จนกระทั่งวันนี้ จู่ ๆ มันก็เริ่มจริงจังขึ้นมา
ยามนี้ มันแอบซ่อนอยู่ในรังของไดโนเสาร์ขนาดเล็กชนิดหนึ่ง สายตาจดจ่ออยู่กับไข่ไดโนเสาร์เหล่านั้นไม่วางตา พลางสัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือนจากไดโนเสาร์แม่ที่ส่งมาจากนอกรังอย่างละเอียด
เมื่อรู้สึกได้ว่าไดโนเสาร์แม่ออกไปหาอาหารอีกครั้งแล้ว เฮ่าเอี๊ยงก็คลายใจลง แล้วเริ่มจดจ่อสังเกตไข่ไดโนเสาร์ที่สั่นไหวจาง ๆ ตรงหน้าอย่างเต็มที่
ตลอดช่วงเวลาที่ขโมยไข่มานี้ มันค่อย ๆ ค้นพบกฎการฟักออกจากเปลือกของไดโนเสาร์
ดูเหมือนว่าไดโนเสาร์ตัวเล็กเท่าไรจะฟักตัวเร็วเท่านั้น
ในทางกลับกัน ไข่ที่ไดโนเสาร์ตัวใหญ่ให้ออกมากลับเงียบเชียบไม่มีความเคลื่อนไหว
เมื่อสองวันก่อนหลังจากกินไข่ตายไปสองฟอง เฮ่าเอี๊ยงเริ่มนึกถึงรสชาติเนื้อแน่น ๆ นั้น เนื่องจากก่อนหน้านี้กินแต่ไข่ดิบ ๆ มามากเกินไป เลยอยากเปลี่ยนรสชาติบ้าง
อันที่จริง สำหรับงูแล้ว การทำเช่นนี้ไม่ฉลาดเลย
เพราะการกินไข่ไม่มีความเสี่ยง แถมคุณค่าทางอาหารของไข่ยังสูงมากอีกด้วย
ในทางกลับกัน ลูกไดโนเสาร์ที่ฟักออกมาใหม่กลับให้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า แถมยังเสี่ยงอีกด้วย
เพราะว่าในช่วงใกล้ฟักไข่ ไดโนเสาร์แม่ส่วนใหญ่จะเฝ้าอยู่ใกล้รัง ไม่ค่อยออกไปหาอาหารบ่อย ๆ
หากขโมยไข่แล้วถูกไดโนเสาร์แม่จับได้ล่ะก็ อันตรายแน่นอน
ในฐานะขโมยที่เลื้อยคลานอยู่ในโลกอันมืดมิด พลังของเฮ่าเอี๊ยงห่างไกลจากการต่อกรกับไดโนเสาร์ตัวเต็มวัย
ถึงแม้จะเป็นไดโนเสาร์ตัวเล็ก ๆ สำหรับมันก็อันตรายมากแล้ว
แต่ทว่ามันผู้มีปัญญานั้น มีความปรารถนาอยู่ในใจ
ความรู้สึกนี้ทำให้มันหลงใหล
มันอยากทำอะไรอย่างอิสระ ขอแค่ให้ตัวเองปลอดภัยก็พอ
"ใช่ ขอแค่ปลอดภัยก็พอ ข้าคืองู แต่เป็นงูที่มีปัญญา ข้ามีความปรารถนา และยินดีลงมือทำและเลือกเพื่อให้ได้มาซึ่งความสุขทางจิตวิญญาณ ไม่ใช่เพียงแค่สัตว์ร้ายที่หิวกระหายเท่านั้น"
ใช่แล้ว ความสุขทางจิตวิญญาณ
นี่คือสิ่งที่ทำให้มันแตกต่างจากสัตว์ร้าย
ตอนนี้มันอยากลิ้มลองว่าไดโนเสาร์ตัวเล็ก ๆ ที่เลือดสด ๆ หลั่งออกมานั้นมีรสชาติเช่นไร
ในที่สุด ไข่ไดโนเสาร์ที่เฝ้ามองอยู่นั้นก็สั่นไหวรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
วินาทีหนึ่ง จู่ ๆ มันก็ทะลุเปลือกออกมา
เฮ่าเอี๊ยงเตรียมพร้อมมานานแล้ว
ลูกไดโนเสาร์เพิ่งโผล่หัวออกมา หายใจเอาอากาศในซอกหลืบของรังเป็นครั้งแรก ยังไม่ทันส่งเสียงร้องแสดงความชื่นชมชีวิต
ปากอันกว้างใหญ่หนึ่งก็ราวกับสายฟ้าฟาด กลืนมันเข้าไปในห้วงความตายอันมืดมิด พร้อมกับเสียงร้องนั้นทั้งหมด
กลืนลูกไดโนเสาร์ทั้งตัวลงท้อง เฮ่าเอี๊ยงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวัง
เนื่องจากฟันของงูโบราณเป็นรูปขอโค้ง เหมือนงูสมัยใหม่ ไม่มีความสามารถในการเคี้ยวหรือฉีกเนื้อได้ ทำได้เพียงยึดเหยื่อไว้เท่านั้น ดังนั้นสุดท้ายก็ต้องกินด้วยวิธีกลืนเท่านั้น
ไม่รู้สึกถึงรสชาติของเลือดที่แตกกระจายในปากเลยแม้แต่น้อย
สิ่งเดียวที่พอปลอบใจได้คือ บนเพดานปากของมันมีอวัยวะรับรส ลิ้มรสชาติของเลือดสด ๆ ได้อย่างพอประมาณ รสชาติไม่เลวเลย
"เฮ้อ หากมีฟันที่เคี้ยวฉีกเนื้อได้แบบไดโนเสาร์ก็คงดี... ผิดแล้ว ไดโนเสาร์ดูเหมือนจะไม่มีความสามารถในการเคี้ยว... ฟันแบบที่เคี้ยวได้นั่นดูเหมือนจะไม่มีพลังสังหารเลย..."
เฮ่าเอี๊ยงครุ่นคิดอยู่กับที่เป็นเวลาครู่หนึ่ง
"ฟันของไดโนเสาร์กินเนื้อใช้สำหรับต่อสู้ เป็นอาวุธ สามารถข่มขวัญศัตรูได้"
"งูโบราณต้องใช้ฟันยึดเหยื่อไว้เพราะไม่มีแขน ไม่มีเล็บ ดังนั้นฟันจึงเป็นรูปขอโค้ง"
"หากข้าก็มีแขน ฟันของข้าก็จะสามารถใช้ฉีกศัตรูได้เหมือนไดโนเสาร์"
"อา! อยากมีเล็บออกมาจริง ๆ อยากมีฟันที่น่าเกรงขามเป็นแถว ทำไมงูถึงไม่มีเล็บ ทำไมงูถึงอ่อนแอเช่นนี้! ข้าไม่อยากซ่อนตัวอยู่ในรางน้ำระบายน้ำ! ข้าจะต่อสู้กับไดโนเสาร์! ข้าจะให้ไดโนเสาร์ได้ลิ้มลองความน่าสะพรึงกลัวของการรัดของข้า! นั่นคือพลังแห่งการรัดที่กล้ามเนื้อทั่วร่างกายร่วมกันบีบแน่นไงเล่า เหตุใดข้าถึงต้องเป็นได้แค่ระดับล่างสุด! ข้าไม่ยอม!!!"
เฮ่าเอี๊ยงรู้สึกไม่ยอมแพ้ในใจ เคยเป็นมนุษย์ เคยเห็นสัตว์ดุร้าย มันรู้สึกจริง ๆ ว่างูนั้นอ่อนแอเกินไป ทำได้เพียงลอบโจมตี ใช้พิษอะไรพวกนั้น
หากเผชิญหน้ากันตรง ๆ ก็จะถูกเสือและเสือดาวรุมกระทืบ ในยุคดึกดำบรรพ์ก็จะถูกไดโนเสาร์รุมกระทืบ กว่าจะได้งูหลามไททันสักตัว อีกทั้ง 90% ของเวลาต้องอยู่ในน้ำ!?
สิ่งมีชีวิตชนิดนี้จะอ่อนแอถึงเพียงนี้ได้อย่างไร? ไม่เห็นความกล้าหาญอันใดเลย! ต่อให้พยายามสุดกำลัง ก็ทำได้เพียงให้ความรู้สึกอำมหิตแก่ผู้คนเท่านั้น!!
เช่นนี้จะไปได้อย่างไร! ข้าต้องการพลังข่มขวัญ! ข้าต้องการความแข็งแกร่ง!!
และในขณะที่เฮ่าเอี๊ยงกำลังโมโหไร้ทางออก กระดานสีน้ำเงินแผ่นหนึ่งก็สว่างวาบขึ้นมาในความคิดของมัน
มันที่กำลังไร้เรี่ยวแรงโกรธอยู่พลันตกใจ
รีบตรวจดูกระดานโอสถทองนี้ทันที
แต่สายตายังไม่ทันจะจดจ่อ ความรู้สึกก็พลันตกอยู่ในความมืดมัว พลังทั่วร่างถอยร่นราวกับกระแสน้ำ ชั่วขณะหนึ่งราวกับป่วยหนัก อ่อนแอถึงขีดสุด
แต่ยุคไดโนเสาร์จะไปเอาอะไรร้ายแรงมาจากไหน?
ไวรัสยุคดึกดำบรรพ์ก็ไม่น่าจะเก่งกาจถึงเพียงนั้นกระมัง?
เฮ่าเอี๊ยงรู้สึกว่าตัวเองเหมือนลูกโป่งที่ปล่อยลมออกจนหมด นุ่มปวกเปียก ใช้กำลังอะไรไม่ได้เลยสักนิด
ความรู้สึกสับสนมืดมัวอยู่นาน กว่าจะค่อย ๆ ฟื้นคืนสติได้บ้าง
มันพยายามลืมตาขึ้น สังเกตสภาพแวดล้อม พบว่าร่างกายทั้งหมดนอนอ่อนปวกเปียกอยู่ในรังไดโนเสาร์ ขยับไม่ได้แม้แต่น้อย
มองดูไข่ไดโนเสาร์ฟองที่สองที่เริ่มสั่นไหวภายในรัง
หัวใจของเฮ่าเอี๊ยงพลันกระตุกวูบขึ้นมาที่ลำคอ
"แย่แล้ว!"
"เดี๋ยวไดโนเสาร์แม่กลับมา ข้าก็จบเห่!"
จากการสังเกตช่วงเวลานี้ มันพบว่าไดโนเสาร์ตัวเล็กพวกนี้ แม้ในช่วงใกล้ฟักก็ยังออกไปหาอาหาร แต่ในช่วงเวลาที่ลูกไดโนเสาร์จำนวนมากฟักออกมาพร้อมกันนั้น ไดโนเสาร์แม่จะเฝ้ารังอย่างตายตัว
รังที่มันเลือกวันนี้ ตอนนี้มีเพียงไม่กี่ตัวที่ฟักออกมาก่อน
เดิมทีมันวางแผนไว้ว่าจะกินสักหนึ่งหรือสองตัวแล้วก็หนี
แต่ตอนนี้สภาพร่างกายตัวเองแบบนี้ ออกไปก็คือความตาย
แต่จะต้องพักฟื้นอยู่ในถ้ำนานเท่าไร?
หากบังเอิญไปเจอช่วงเวลาที่ลูกไดโนเสาร์ฟักพร้อมกันเป็นจำนวนมากพอดี ล่ะก็ ไม่จบเห่หรือ?
เฮ่าเอี๊ยงรู้สึกทุกข์ใจอย่างยิ่ง แต่ร่างกายของมันจริงๆ บีบกำลังออกมาไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
แม้แต่ลูกไดโนเสาร์ที่เพิ่งกลืนลงท้องไป ก็ราวกับถูกย่อยสลายจนหมดสิ้นในชั่วพริบตา ความหิวโหยในท้องส่งเสียงเรียกร้องไม่หยุด กระตุ้นให้มันรีบกินอาหาร
สถานการณ์เช่นนี้ช่างประหลาดเกินไป
เฮ่าเอี๊ยงอดคิดถึงกระดานที่ยังไม่ทันได้ตรวจสอบในความคิดไม่ได้
"ใช่ กระดาน!"
ขณะที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมา กระดานสีน้ำเงินแผ่นหนึ่งก็ก่อตัวขึ้นมาใหม่ในความคิด
"ไม่ใช่ความฝัน!"
เฮ่าเอี๊ยงดีใจในใจ ฝืนทนความเหนื่อยล้าทางจิตใจและความอ่อนเพลียของพลังทั่วร่าง ค่อย ๆ ทอดจิตลงไปบนกระดานที่รอคอยมานานนั้น
ชื่อ: เฮ่าเอี๊ยง
เผ่าพันธุ์: งูโบราณ (กำหนดเอง)
ทิศทางวิวัฒนาการ: 1. กระดาน (สำเร็จแล้ว) 2. ฟัน (ยังไม่สำเร็จ) 3. เล็บหน้า/แขน (ยังไม่สำเร็จ) 4. พลังรัด (...+) 5. ร่างกาย (...+) 6. รูปลักษณ์ (...+)
พลังงาน: 0
"..."
เฮ่าเอี๊ยงดูจนจบ เริ่มแรกก็อึ้งไปชั่วขณะ จากนั้นก็อดร้องออกมาไมได้คำหนึ่งว่า โอ้โฮ!
"ไม่น่าแปลกใจเลย ไม่น่าแปลกใจเลย..."
ดูกระดานทั้งหมดจบ เฮ่าเอี๊ยงก็เข้าใจทันทีว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น
กระดานนี้เคลื่อนไหวตามจิตใจ แสดงทุกสิ่งที่มันอยากรู้
ดังนั้นเมื่อสายตาของมันตกลงมาที่กระดาน ข้อมูลแต่ละอย่างก็บอกมันอย่างชัดเจนว่าหมายความว่าอะไร
และด้วยเหตุนี้ มันจึงเข้าใจถึงการกระทำของตัวเองในอดีตในที่สุด
ในอดีต มันอยากรู้เพียงว่าตัวเองมีกระดานทองหรือไม่ ไม่ได้เกิดแนวคิด 'อยากได้' ขึ้นมา หรืออาจจะจริง ๆ แล้วมันเกิดแนวคิด 'อยากได้กระดานทอง' ขึ้นมาแล้ว แต่กระดานทองนั้นมีอยู่ตลอดอยู่แล้ว นั่นก็คือ 'ความร้อน' ที่มันรู้สึกมาโดยตลอดว่าเป็นกระดานทอง ดังนั้นความคิด 'อยากได้กระดานทอง' อันที่จริงแล้วก็สำเร็จไปแล้ว
กล่าวโดยสรุป กระดานทองของมันคือสิ่งที่สามารถออกฤทธิ์ต่อตัวเองได้ในการวิวัฒนาการ
ผูกพันกับความคิด 'อยากได้' นี้
