“อรุณสวัสดิ์ครับ ท่านผู้อาวุโสลู่ ลู่หลิน คุณหนูลู่”
หลินม่อถือซาลาเปาไส้หมูเดินเข้ามาในห้องอาหาร น้ำเสียงเป็นธรรมชาติราวกับพนักงานที่มาตอกบัตรเข้างานตรงเวลาทุกวัน
ลู่หลิงหลงคาบหลอดนมถั่วเหลือง เงยหน้าขึ้นมอง แววตาพลันไม่เป็นมิตร
“ลู่หลินก็คือลู่หลิน แต่พอเป็นฉันกลับเรียกคุณหนูลู่งั้นเหรอ?” เธอแค่นเสียง “หลินม่อ นายจัดระดับคำเรียกตามจำนวนเงินที่จ่ายหรือไง?”
หลินม่อดึงเก้าอี้ออกแล้วนั่งลง ยิ้มอย่างเป็นมืออาชีพ
“เพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางอาชีพให้มั่นคงครับ คุณหนูลู่”
ลู่หลิงหลงยิ่งไม่สบอารมณ์ กัดหลอดแล้วดูดแรง ๆ หนึ่งอึก
ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรต่อ สายตาของหลินม่อก็จับจ้องบัตรดำบนโต๊ะอย่างเป็นธรรมชาติ รอยยิ้มตรงมุมปากพลันจริงใจขึ้นหลายระดับ
ใต้ตาของลู่หลินมีรอยแดงก่ำ เห็นชัดว่าเมื่อคืนแทบไม่ได้นอน แต่กลับดูฮึกเหิมเป็นพิเศษ
เขาเลื่อนบัตรดำไปข้างหน้า
“หลินม่อ ผมพร้อมแล้ว วันนี้ชิงขั้นได้เลย”
การซ้อมหนักเมื่อวานช่วยทะลวงจุดติดขัดในเส้นลมปราณของเขาไปได้ไม่น้อย
ตอนนี้เขารู้สึกว่าพลังปราณแท้ในร่างไหลเวียนคล่องแคล่วอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งตัวเหมือนกำลังกลั้นลมหายใจ รอเพียงก้าวข้ามไปอีกขั้น
หลินม่อไม่ได้รีบเก็บบัตร กลับล้วงกระดาษ A4 ที่พับไว้จากกระเป๋า แล้วยื่นไปตรงหน้าลู่หลิน
“คุณชายลู่ เงินแสนนี้ไม่ได้ยากตรงที่ผมต้องออกแรงหรอกครับ”
เขาหยิบซาลาเปาขึ้นมากัดคำหนึ่ง น้ำเสียงจริงจังขึ้น
“ยากตรงที่ผมต้องบีบให้คุณถึงขีดจำกัด แต่ก็ห้ามบีบจนคุณพิการ งานนี้ยุ่งยากกว่าต่อยคนเยอะ เพราะงั้นเรามาตกลงกันให้ชัดก่อน เซ็นสัญญากันครับ”
ลู่หลินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนก้มลงมองกระดาษแผ่นนั้น ลู่หลิงหลงก็ยื่นหน้าเข้ามาดูด้วย แค่กวาดตามองปราดเดียวก็แทบพ่นนมถั่วเหลืองออกมา
“ชิงขั้นไม่สำเร็จไม่คืนเงิน หากอาเจียนเป็นเลือดหรือบาดเจ็บภายในให้รับผิดชอบเอง ดอกไม้ ต้นไม้ กระเบื้องพื้น หรือภูเขาจำลองเสียหาย ห้ามหักเงินเดือน ทวดเข้ามาแทรกกลางคันก็ไม่คืนเงินเช่นกัน หากเกินห้าโมงเย็นให้ถือว่าเป็นการทำงานล่วงเวลาโดยบังคับ ต้องเจรจาค่าล่วงเวลากะกลางคืนกันใหม่...”
ลู่หลิงหลงอ่านไปก็ยิ่งมึนงง สุดท้ายเงยหน้าจ้องหลินม่อเขม็ง
